ทนายบอกว่าไม่คุ้ม สตูดิโอและผู้จัดจำหน่ายเกมจำนวนมาก เริ่มเพิ่มเงื่อนไขที่จะไม่ใช้ Generative AI ในงานสร้างสรรค์

ข้อถกเถียงในเรื่องของการใช้ Generative AI ในวงการเกมยังคงมีพูดถึงอยู่เรื่อยๆ ท่ามกลางการพัฒนาของ AI ที่มีคุณภาพมากขึ้น ความรู้ความเข้าใจในการใช้งานก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงสถิติที่ก็เริ่มจะเห็นผลชั
ข้อถกเถียงในเรื่องของการใช้ Generative AI ในวงการเกมยังคงมีพูดถึงอยู่เรื่อยๆ ท่ามกลางการพัฒนาของ AI ที่มีคุณภาพมากขึ้น ความรู้ความเข้าใจในการใช้งานก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงสถิติที่ก็เริ่มจะเห็นผลชัดเจนว่าแนวทางการใช้งาน รวมไปถึงความจริงใจที่จะเปิดเผยว่าใช้งานอย่างไร ก็มีผลต่อเรื่องยอดขายด้วย แต่ในขณะเดียวกัน อีกเรื่องที่ถูกถกเป็นประเด็นขึ้นมา คือเรื่องของกฎหมายที่ ณ ตอนนี้ก็ยังคงพยายามเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนกันอยู่
ล่าสุด GamesRadar+ ได้สัมภาษณ์ Haley MacLean ทนายความผู้รับผิดชอบแผนกวิดีโอเกมของสำนักงานกฎหมาย Voyer Law Corporation ในแคนาดา เผยว่าในสัญญาการจัดจำหน่ายที่เธอจัดการดูแลเมื่อเร็วๆ นี้ บ่อยครั้งมักพบข้อกำหนดที่ห้ามใช้ Generative AI อย่างเด็ดขาด ซึ่งก็ครอบคลุมตั้งแต่สตูดิโอเกมอินดี้เล็กๆ ไปจนถึงสตูดิโอระดับ AA โดยไม่จำกัดขนาดของผู้พัฒนาหรือผู้จัดจำหน่าย
ส่วนฝั่งผู้จัดจำหน่ายอย่าง Hooded Horse ก็ได้เพิ่มเงื่อนไขในการที่คู่ค้าจะต้องไม่ใช้ Asset จาก AI โดยเด็ดขาด ในสัญญาการค้าของพวกเขา ซึ่ง CEO อย่าง Tim Bender เผยว่าเขาปฏิเสธการพัฒนาเกมด้วย Generative AI และแสดงจุดยืนในการให้ความเคารพต่อศิลปินที่บริษัทจ้างงาน ซึ่งแนวโน้มการห้ามใช้ AI ในสัญญาจัดจำหน่าย ก็กำลังเริ่มประกาศใช้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทนาย Haley อธิบายเพิ่มเติมว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับ Generative AI ได้กลายเป็นข้อกำหนดมาตรฐานไปแล้ว เมื่อมีนักพัฒนามาปรึกษาเธอเกี่ยวกับสัญญาที่ยังไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว หากผู้จัดจำหน่ายมีส่วนในการสร้างเนื้อหา ทนาย Haley ก็มักจะแนะนำอย่างยิ่งให้เพิ่มข้อกำหนดนี้ลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้จัดจำหน่ายนำ Generative AI ไปใช้ในส่วนของการทำการตลาด การพอร์ตเกม หรือการทดสอบคุณภาพ
นอกจากนี้ทนาย Haley ยังให้ความเห็นอีกว่า Generative AI นั้นมีความซับซ้อนและอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายแฝงอยู่ และเมื่อพิจารณาถึงแนวคำพิพากษาและกฎหมายที่อาจถูกประกาศใช้หรือมีผลย้อนหลังในอนาคต เธอจึงมีความเห็นว่าไม่คุ้มกับความเสี่ยงและควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน แถมในฝั่งตะวันตกก็มีกลุ่มลูกค้าที่เป็น Anti-AI เพิ่มขึ้นมาก การใช้จึงไม่ได้กระทบแค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังกระทบกับเรื่องของภาพลักษณ์ทางธุรกิจด้วย
ในตอนนี้กระแสการใช้ AI กันอย่างบ้าระห่ำ และกระแสต่อต้านแบบหัวชนฝา ก็กำลังค่อยๆ ลดลงไป เพื่อเข้าสู่จุดกึ่งกลางที่บริษัทเกมต่างๆ เริ่มที่จะใช้มันอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ระมัดระวังมากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ประหยัดตอนนี้อาจจะมีปัญหาจนเสียเงินมากกว่าเดิมในระยะยาว ในขณะที่ผู้บริโภคก็เริ่มที่จะยอมรับได้หากมันถูกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน โดยไม่ใช่การทำไปเพื่อลดต้นทุนและเอามาแทนที่คนทำงาน
จากนี้ไปคงต้องจับตามองกันต่อไปว่า การจัดทำกฎหมายและการออกแบบระบบที่เกี่ยวกับ Generative AI จะดำเนินไปในทิศทางใด และกระแสต่อต้านหรือยอมรับการใช้ Generative AI จากทั้งในฝั่งของอุตสาหกรรมและผู้ใช้งานจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอนาคต ก็คงต้องมารอดูกันนะครับ
https://www.gamesradar.com/games/echoing-palworld-dev-video-game-lawyer-says-all-her-clients-have-anti-ai-contracts-because-gamers-hate-it-and-its-a-copyright-landmine-i-think-were-going-to-see-lawsuits/


