ก๊อบเสียง Genshin บริษัทผู้ให้บริการ AI แปลงเสียงในจีน ถูกปรับเกือบ 4 ล้านบาท หลังขโมยเสียงตัวละคร Genshin Impact ไปใช้

ศาลจีนสั่งปรับบริษัท AI แปลงเสียงราว 3.7 ล้านบาท หลังลักลอบนำเสียงตัวละคร Genshin Impact กว่า 63 ตัวไปขายเชิงพาณิชย์และใช้ภาพโปรโมตโดยไม่ได้รับอนุญาต
ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์โดยใช้ Generative AI ยังคงมีออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด รูปถ่าย หรือบทความก็ตาม ซึ่งเสียงก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เนื่องด้วยเสียงเป็นคดีที่ดำเนินการฟ้องร้องยาก เราจึงไม่ค่อยเห็นเคสการฟ้องร้องในเรื่องนี้บ่อยนัก
แต่ล่าสุดศาลประชาชนเขตใหม่ผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้มี คำสั่งให้บริษัทผู้ให้บริการ AI แปลงเสียงรายหนึ่งในจีน ต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับ miHoYo หลังนำเสียงตัวละครจาก Genshin Impact ไปทำซอฟต์แวร์แปลงเสียงผู้ใช้งานให้กลายเป็นน้ำเสียงเฉพาะได้แบบเรียลไทม์ และขายหากำไร
โดย miHoYo ได้ฟ้องร้องว่าบริษัทดังกล่าวทำซ้ำเสียงของตัวละคร Genshin Impact จำนวน 63 ตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และวางจำหน่ายแพ็กเกจเสียงของตัวละครดังกล่าว โดยที่ใช้ภาพตัวละครในเกมเพื่อการโปรโมต ซึ่งทาง miHoYo มองว่าการกระทำนี้ไม่เพียงแต่ละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ยังเข้าข่ายการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม จึงได้เรียกร้องให้ยุติการละเมิดทันที พร้อมเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านหยวน หรือราวๆ 24 ล้านบาท
แม้จะอ้างว่าโมเดลแปลงเสียงอิงจากการเรียนรู้ของโมเดล AI ขนาดใหญ่ เสียงจะเปลี่ยนไปตามผู้ใช้ และสิทธิ์ในเสียงนั้นเป็นของตัวนักพากย์เอง ไม่ใช่เจ้าของเกม แต่ศาลก็ได้ตัดสินว่าบริษัทดังกล่าวกำลังละเมิดลิขสิทธิ์ โดยจงใจเกาะกระแสความนิยมของเกม ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าออฟฟิเชียล รวมไปถึงนำเสียงของผู้อื่นไปใช้ซึ่งเกินขอบเขตที่สมเหตุสมผล และเข้าข่าย การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ศาลจึงตัดสินให้จำเลยยุติการละเมิดทันที และชดใช้ค่าเสียหาย 750,000 หยวน หรือราวๆ 3.7 ล้านบาทไทย
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 7 กันยายน ศาลประชาชนสูงสุดของจีนก็เพิ่งเผยแพร่เอกสารความเห็นเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับ AI ระบุว่าหากมีการนำเสียงของบุคคลไปใช้เป็นข้อมูลฝึกฝน AI โดยไม่ได้รับความยินยอม และสร้างเสียงสังเคราะห์ที่เลียนแบบสำเนียงหรือสไตล์การออกเสียงจนสามารถระบุตัวตนได้ อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิ์ในเสียงของบุคคลนั้น
แม้เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ของเสียง จะมีช่องโหว่อยู่มาก สามารถใช้เรื่องของข้ออ้างเรื่องเสียงคล้ายกันโดยธรรมชาติ แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าของเสียงสามารถโต้กลับและชนะคดีได้ คือการที่เหล่าบริษัทและผู้ใช้ AI เหล่านี้ มักจะใช้ชื่อผู้มีชื่อเสียงในการโปรโมต ซึ่งเข้าข่ายการละเมิดสิทธิในชื่อเสียง และทำให้ปัญหานี้ มีทางออกในการจัดการเช่นกันนะครับ


