วิกฤติสตูดิโอ KAI ทีมสร้างอนิเมะผู้กล้าโทษประหาร ยอดนักสืบแห่ง Fuuto และ Umamusume ซีซั่น 2 และ 3 ประกาศขาดทุนหลายล้านเยน

เป็นข่าวที่น่าตกใจไม่น้อยจริงๆ ครับ สำหรับ Studio KAI ทีมสร้างอนิเมะชื่อดังที่มีผลงานมากมาย ได้ประกาศว่าบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 565 ล้านเยน หรือราว 130 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่ง KAI ก็เป็นทีมทำอนิเมะที่มีส
เป็นข่าวที่น่าตกใจไม่น้อยจริงๆ ครับ สำหรับ Studio KAI ทีมสร้างอนิเมะชื่อดังที่มีผลงานมากมาย ได้ประกาศว่าบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 565 ล้านเยน หรือราว 130 ล้านบาทเลยทีเดียว
ซึ่ง KAI ก็เป็นทีมทำอนิเมะที่มีสมาชิกอยู่ราว 133 คน และได้ชื่อว่าเป็นสตูดิโอศูนย์รวมทีมงานระดับแนวหน้าและผู้มากประสบการณ์ในวงการจำนวนมาก ที่มีผลงานเด่นๆ มากมาย ตั้งแต่ภาคต่อของ Kamen Rider W ในเวอร์ชั่นอนิเมะอย่าง Fuuto Pi, การรับช่วงต่อซีซั่น 2 และ 3 ของ Umamusume : Pretty Derby , บันทึกการเดินทางต่างโลกของอัศวินกระดูก และล่าสุดที่เพึ่งจบไปกับผู้กล้าโทษประหาร : บันทึกการรับโทษของหน่วยผู้กล้าต้องโทษ 9004
การประกาศผลขาดทุนนี้ ทำให้หลายๆ คนตกใจและเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากอนิเมะของทีมนี้มีคุณภาพสูงและได้รับความนิยม ท่ามกลางตัวเลขการปิดกิจการของสตูดิโออนิเมะ ที่เพิ่มสูงขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยในปี 2025 คาดว่าปิดตัวไปมากถึง 16 แห่งทั่วญี่ปุ่น จะด้วยจากภาวะพิษเงินเยนอ่อนค่า หรือปัญหาขาดแคลนแรงงานจนต้นทุนปานปลาย
อย่างไรก็ตามแม้ KAI จะมีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะต้องปิดตัวหรือล้มละลายทันที KAI เองก็มี ADK Emotions เป็นบริษัทแม่ รวมถึงมี Cygames เป็นอีกหนึ่งพาร์ทเนอร์ที่ดี ที่สามารถช่วยอัดฉีดเงินทุนก้อนใหม่เพื่อล้างหนี้สิน หรือรับโครงสร้างหนี้ไปบริหารจัดการเอง เพื่อรักษาสตูดิโอและทีมงานเอาไว้
รวมถึง KAI เอง ก็สามารถปรับโครงสร้างหนี้ของตัวเองได้หลายทาง ตั้งแต่การถูกซื้อกิจการโดยบริษัทใหญ่ ซึ่งด้วยความที่ 133 คนของสตูดิโอนี้มีแต่คนคุณภาพ ยังไงใครๆ ก็อยากได้ทีมงานนี้ไปทำอนิเมะแน่นอน หรือไม่ KAI ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ตามกฎหมาย, ปรับโครงสร้างธุรกิจและลดต้นทุน เช่นการลดทีมงานที่เป็นพนักงานประจำลง แม้จะผิดหลักแนวคิดการทำงานก็ตาม รวมไปถึงการต่อรองผลกำไรใหม่ เพื่อขอส่วนแบ่งรายได้หรือลิขสิทธิ์มากขึ้น หากอนิเมะเรื่องนั้นดัง หรือขอเพิ่มค่าจ้างในการผลิตให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ต้องเลิกรับงานแบบเหมาจ่ายจนต้องมาแบกรับส่วนต่างที่ขาดทุนเอง
แม้จะเป็นข่าวที่น่าตกใจของผู้ชมอนิเมะ และคนที่อาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจมาก แต่นี่ไม่ถึงกับเป็นจุดจบ โอกาสที่ Studio KAI จะรอดถือว่ายังมีค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับว่าแนวทางจากนี้ พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหนนะครับ


