เหล่าผู้สร้าง 3 เกมตำนานลงความเห็น AI จะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตในการทำเกม

กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในคอมมูนิตี้คนเล่นเกมช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากที่ Swen Vincke ผู้บริหารของ Larian Studios ผู้สร้าง Baldur's Gate 3 ได้ออกมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกเขามีแผนที่จะนำ AI เ
กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในคอมมูนิตี้คนเล่นเกมช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากที่ Swen Vincke ผู้บริหารของ Larian Studios ผู้สร้าง Baldur's Gate 3 ได้ออกมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกเขามีแผนที่จะนำ AI เข้ามาเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยในการสร้างเกม Divinity ภาคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้หาข้อมูลอ้างอิง การทำร่างดราฟต์ หรือการจัดเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม้ว่าตัว Swen จะพยายามย้ำชัดเจนว่าในส่วนงานที่ต้องถ่ายทอดจิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์อย่างการเขียนบทหรือการพากย์เสียงนั้น พวกเขาจะยังคงใช้มนุษย์ทำทั้งหมดเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้เกมเสียเสน่ห์ไป แต่คำชี้แจงนี้ก็แทบไม่ช่วยลดแรงปะทะจากชาวเน็ตจำนวนมากที่ออกมาแสดงความผิดหวัง เพราะหลายคนมองว่าสตูดิโอที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของงานสร้างสรรค์คุณภาพไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีข้อครหาเรื่องการละเมิดผลงานผู้อื่นมาเป็นส่วนประกอบของเกม
ดราม่านี้ยังลามไปถึง Sandfall Interactive ผู้สร้าง Clair Obscur: Expedition 33 ที่ถูกชาวเน็ตขุดบทสัมภาษณ์มาเปรียบเทียบว่าพวกเขาเองก็ยอมรับว่ามีการใช้ AI ในกระบวนการพัฒนาบ้างเช่นกัน จนเกิดเป็นการเสียงแตก ว่าทำไม Larian ถึงโดนถล่มหนัก ในขณะที่ Sandfall กลับเดินสายรับรางวัลอย่างราบรื่น กลายเป็นการปะทะกันของสองมุมมอง ระหว่างฝ่ายที่มองว่าการใช้ AI ไม่ว่าจะระดับไหนคือการลดทอนคุณค่าและขโมยผลงานคนอื่น กับอีกฝ่ายที่มองว่าหากใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นผู้ช่วยและผลลัพธ์ออกมามีคุณภาพดีก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้
ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นนี้ Daniel Vávra ผู้สร้าง Kingdom Come: Deliverance ได้ออกมาปกป้อง Larian พร้อมชี้ให้เห็นว่าดราม่าที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความตื่นตระหนกที่เกินเหตุ เหมือนกับกลุ่มคนที่ออกมาทุบเครื่องจักรไอน้ำ ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม เพราะในความเป็นจริง AI แฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเกมมานานแล้ว แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้ชอบ AI แต่ถ้ามันสามารถช่วยให้ทีมเล็กๆ สร้างเกมที่ยิ่งใหญ่ได้เร็วขึ้นเหมือนในอดีต หรือช่วยทำงานซ้ำซากที่น่าเบื่ออย่างการอัปสเกล Texture ให้พ้นมือมนุษย์ไปได้ เขามองว่ามันเป็นสิ่งที่ดี
"ถึงเวลาเผชิญหน้ากับความจริงแล้ว AI จะอยู่กับเราไปอีกนาน"
ซึ่งความเห็นนี้ก็สอดคล้องกับแนวคิดของ Patrick Söderlund อดีตผู้บริหารระดับสูงของ EA ที่มองว่าเป้าหมายของการใช้ AI ไม่ใช่การลดพนักงาน แต่คือการทำให้พนักงานที่มีอยู่สามารถทำงานที่ใหญ่เกินตัวได้สำเร็จ โดยเขาเชื่อว่าบริษัทควรนำต้นทุนที่ประหยัดได้ไปจ้างศิลปินและนักเขียนเก่งๆ เพิ่มเพื่อทำในสิ่งที่ AI ทำไม่ได้ และร่วมกันผลักดันให้เกมมีคุณภาพดียิ่งขึ้น พร้อมกับตั้งคำถามกลับว่า อุตสาหกรรมควรตัดสินกันที่ผลลัพธ์ของความสนุกหรือวิธีการสร้างกันแน่
"ปัญหาไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความโลภขององค์กรขนาดใหญ่ ถ้าคุณใช้ AI เพื่อไล่คนออกนั่นคือปัญหา แต่ถ้าคุณใช้ AI เพื่อให้ทีมเล็กๆ สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ และใช้ความสำเร็จนั้นสร้างงานเพิ่มขึ้น นั่นคือสิ่งที่น่าสนับสนุน" Swen Vincke ผู้บริหารของ Larian Studios กล่าวทิ้งท้าย ต่อปัญหาการใช้ AI ในวงการเกมเอาไว้
AI เป็นเพียงเครื่องมือ แต่จิตวิญญาณของผู้สร้างคือหัวใจที่ผู้เล่นต้องการ การหาจุดสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับคุณค่าของมนุษย์ จึงเป็นบททดสอบสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของวงการวิดีโอเกม


