ผู้เล่นต้องมีทางเลือก ผู้กำกับของซีรีส์ Final Fantasy VII ฉบับรีเมคเผย ในยุคที่คนสามารถรับชมเนื้อเรื่องได้ผ่านสตรีม เกม RPG ต้องมีอิสระมากขึ้น

เรียกได้ว่าเป็นบทสรุปของมหากาพย์ไตรภาครีเมคที่ทุกคนรอคอย สำหรับ Final Fantasy VII Revelation ผลงานจาก Square Enix ที่จะนำพาเส้นเรื่องที่ถูกบิดเบือนไปในสองภาคแรกมาสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด และการเผชิญ
เรียกได้ว่าเป็นบทสรุปของมหากาพย์ไตรภาครีเมคที่ทุกคนรอคอย สำหรับ Final Fantasy VII Revelation ผลงานจาก Square Enix ที่จะนำพาเส้นเรื่องที่ถูกบิดเบือนไปในสองภาคแรกมาสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด และการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับ Sephiroth ที่จะถูกตีความใหม่ให้สเกลใหญ่และอิมแพกต์กว่าต้นฉบับปี 1997 อย่างแน่นอน
ซึ่งหลังจากตัวอย่างใหม่ออกมา ฮามากุจิ นาโอกิ ผู้กำกับของซีรีส์ Final Fantasy VII ฉบับรีเมค ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง 4Gamer ถึงแนวทางในการทำภาคสุดท้ายนี้ ที่จะเน้นไปที่การตัดสินใจของผู้เล่นอย่างตั้งใจและมีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งลำดับความก้าวหน้าของเกมและประสบการณ์ด้านเนื้อเรื่อง แม้ว่า FFVII Revelation จะมีฉากจบเพียงแบบเดียว แต่ตัวเกมจะมีเส้นทางแยกย่อยมากพอที่จะรับประกันได้ว่า การเล่นของแต่ละคนจะไม่มีทางเหมือนกันเลย และผู้เล่นจะไม่มีทางสัมผัสทุกสิ่งที่เกมมีให้ได้ครบจากการเล่นเพียงรอบเดียว
ซึ่งคุณนาโอกิมองว่าการเพิ่มอิสระในการตัดสินใจของผู้เล่น และการเปิดโอกาสให้เกิดเส้นทางการเล่นที่แตกต่างกันเฉพาะบุคคล ถือเป็นคุณสมบัติที่เกมจำเป็นต้องมีในตลาดยุคปัจจุบันที่แฟนเกมสามารถรับชมทุกอย่างได้ผ่านการสตรีมเกมของเหล่านักแคสเกมคนโปรดทั้งหลาย
"สิ่งหนึ่งที่เกม RPG อย่าง Final Fantasy ต้องระมัดระวังในทุกวันนี้เลยนะครับ คือความเป็นไปได้ที่ผู้คนอาจจะแค่ดูสตรีม และรู้สึกเต็มอิ่ม พอใจแล้ว โดยที่ไม่ต้องเล่นเกมด้วยตัวเองเลย นี่ถือเป็นวิกฤติเล็กๆ สำหรับตัวผลงาน หรือพูดอีกอย่างคือ มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้สร้างเกมจะยินดีได้อย่างเต็มอกครับ"
อย่างไรก็ดี คุณนาโอกิก็ได้บอกว่าตัวเขาไม่ได้ต่อต้าน การสตรีมเกม แต่เขามองว่าหากประสบการณ์ของเกมถูกจำกัดอยู่แค่การดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง การซื้อเกมจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ เป็น YouTube Gamer แล้วเอาเนื้อเรื่องไปคุยต่อก็เพียงพอ แต่ถ้าทำให้พวกเขาเกิดอาการเด็กเกาะเบาะ สร้างความรู้สึกว่า ถ้าเป็นผมนะ ผมจะเล่นแบบนี้ หรือทำให้ผู้เล่นอยากลองไปเล่นสายอื่นๆ Build อื่นๆ สิ่งนี้จะช่วยสร้างความรู้สึกที่จะทำให้ผู้คนอยากซื้อเกมเพื่อไปเล่นเอง
สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญในยุคที่คอนเทนต์จากเกม สามารถหาดูได้ที่ไหนก็ได้ เนื้อเรื่องแทบจะหาดูได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกมวางขาย แต่สิ่งสำคัญพอๆ กับเนื้อเรื่องที่ยิ่งใหญ่ คือการที่ทำให้คนอยากสัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตัวเอง
ส่วนบทสรุปมหากาพย์ไตรภาครีเมคนี้จะจบลงอย่างไร รอเล่นพร้อมกันได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าครับ


