Skip to content
ธุรกิจและอุตสาหกรรมเกม

ทำไมค่ายเกมเดี๋ยวนี้ชอบทำเพลง ?

โดย Zick
ภาพประกอบข่าว ทำไมค่ายเกมเดี๋ยวนี้ชอบทำเพลง ?

ถ้าพูดถึงเกม อีกหนึ่งสิ่งที่คนจะให้ความสนใจ นอกเหนือจากตัวเกม ก็คงหนีไม่พ้น เพลง ไม่ว่าจะเป็น HoYoverse ที่ไม่ใช่แค่ทำเพลง ยังจัดคอนเสิร์ตออเครสต้า ค่าย Cygames ก็มีเกมสาวม้าอย่าง Uma Musume ที่เมื่อว

ถ้าพูดถึงเกม อีกหนึ่งสิ่งที่คนจะให้ความสนใจ นอกเหนือจากตัวเกม ก็คงหนีไม่พ้น เพลง ไม่ว่าจะเป็น HoYoverse ที่ไม่ใช่แค่ทำเพลง ยังจัดคอนเสิร์ตออเครสต้า ค่าย Cygames ก็มีเกมสาวม้าอย่าง Uma Musume ที่เมื่อวิ่งเสร็จก็มาร้องเพลงโชว์ แถมทำอัลบัมใหม่ นำสาวม้ามาร้องเพลง Love Live ด้วย นอกจากนี้ถ้าพูดเพลง จะไม่พูดถึง Riot Games ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะค่ายนี้เค้าพึ่งปล่อย Toxic กับ Salvation มาเรียกแฟน ๆ กลับด้อม จนตอนนี้แทบจะไม่มีใคมอง Riot เป็นค่ายเกม มีแต่คนมองว่าเป็นค่ายเพลง

แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมค่ายเกมต้องใส่ใจกับการทำเพลงขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่ทำเกมออกมาให้ดี ทำตัวละครให้น่าเล่น ก็น่าจะพอแล้ว ?

อันที่จริงแล้ว ค่ายเกมไม่ได้เพิ่งมาทำเพลง สิ่งนี้มีมาตั้งแต่ยุค 80 ด้วยสองยักษ์ใหญ่อย่างปู่นิน Nintendo และค่ายเหลี่ยมอย่าง Square แม้ในยุคนั้น เพลงยังเป็นเพียง Rhythm สั้น ๆ ที่ไม่มีเนื้อร้อง แถมทำได้แค่เปิดวนซ้ำ เพราะด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยี แต่พวกเค้ารู้ว่ามันสำคัญ จึงมีการพัฒนาเรื่อยมาจนมาถึงยุค 90 ที่เครื่อง PS1 เริ่มเข้ามา นักพัฒนาก็เริ่มที่จะสามารถใส่เพลงเต็ม ๆ เข้ามาในเกมได้แล้ว

เพลงประกอบถูกพัฒนาและต่อยอดเรื่อย ๆ จนมาถึงยุคที่เกม เริ่มที่จะสร้างศิลปินอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คงต้องยกให้ The Idolm@ster ของ Bandai Namco ที่ตัวเกม เป็นทั้งเกมฝึกฝนไอดอล เกมดนตรี และเกมจีบสาวในเวลาเดียวกัน ที่นอกจากจะขายเกม และตัวละครได้แล้ว เพลง จากตัวละครไอดอลสาวในเกม ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พวกเค้าสามารถนำเสนอและขายได้อีกด้วย

ทำไมค่ายเกมต้องจริงจังในการทำเพลงขนาดนั้น? มันเป็นเพราะเพลงประกอบ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างบรรยากาศ และอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่น รวมถึงเป็นตัวกำหนดความรู้สึกของผู้เล่น ว่าควรจะไปในทิศทางไหน ตรงนี้ควรจะกลัว ควรจะตื่นเต้น ควรจะเศร้า หรือควรจะตลก เพลงช่วยได้มาก และเป็นเครื่องมือในการบอกเล่าชั้นดี ที่ถึงแม้คุณจะไม่เข้าใจตัวหนังสือหรือภาษาในเกม คุณก็ยังคงรู้ได้ว่า ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น และผู้เล่นต้องรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงหน้า

นอกจากนี้ยังเป็นรายได้สำคัญ อีกช่องทางหนึ่งของบริษัทเกม ทั้งการขาย OST. แยก หรือการจัดคอนเสิร์ต Bandai Namco ได้ให้ข้อมูลว่า The Idolm@ster สามารถทำรายได้จากทั้งการขายเพลง OST. และบัตรคอนเสิร์ต ได้มากกว่าหมื่นล้านเยน อีกทั้งเพลงเองยังกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งในการสร้างการจดจำแบรนด์ และเชิญชวนผู้เล่นเข้ามาเล่นเกมได้มากขึ้น

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือการเปิดตัวของ K/DA โดย Newsweek กล่าวถึงเพลง POP/STARS ที่มียอดฟังมากกว่า 250 ล้านครั้ง ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ยอดผู้เล่นกลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แถมสถิติจาก DemandSage ได้บันทึกยอดผู้เล่นต่อเดือนของ LOL ที่เพิ่มขึ้นจาก 75 ล้าน ในปี 2018 เป็น 116 - 117 ล้าน แสดงให้เห็นถึงการตลาดที่ทรงพลังผ่านดนตรี

สรุปแล้วการทำเพลงกับเกมนั้นมีมานานแล้ว และเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการสร้างรายได้ และเชิญชวนให้ผู้เล่นใหม่ เข้ามาหาเกม ว่าแล้วค่ายเกมในไทยก็น่าจะลองเปิดค่ายเพลงกันซักหน่อย เผื่อจะสร้างปรากฏการณ์ได้แบบวงรุ่นพี่ในระดับโลก


ข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพปกข่าว อีเซโนเซ่!!! ทีมเบสบอล New York Yankees เปิดตัวนักกีฬา ด้วยคลิปที่ล้อเลียนไปกับ MV เพลง Silhouette ของ Naruto
คอมมูนิตี้และไวรัล

อีเซโนเซ่!!! ทีมเบสบอล New York Yankees เปิดตัวนักกีฬา ด้วยคลิปที่ล้อเลียนไปกับ MV เพลง Silhouette ของ Naruto

ทีมเบสบอล New York Yankees กลายเป็นไวรัลหลังเปิดตัวนักกีฬาด้วยคลิปเปิดตัวสุดเท่ที่ล้อเลียนเพลงเปิด Silhouette ของ Naruto ในงาน Naruto x Yankees Game Night

ภาพประกอบข่าว By Emporer Not America Saber Interactive เผยว่า Space Marine 2 ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้สร้างในอเมริกา
ธุรกิจและอุตสาหกรรมเกม

By Emporer Not America Saber Interactive เผยว่า Space Marine 2 ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้สร้างในอเมริกา

ผู้บริหาร Saber Interactive เผย Space Marine 2 ประสบความสำเร็จเพราะไม่ได้พัฒนาในอเมริกา ชี้การสร้างเกมนอกสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนมหาศาล

ภาพประกอบข่าว จอมมารตามโลกไม่ทัน เก็น อุโรบุจิ ยอมรับว่าไม่สามารถแต่ง Madoka ได้ในยุคนี้ เพราเขาไม่เข้าใจความกลัว และความปรารถนาของเด็กยุคปัจจุบัน
อนิเมะและมังงะ

จอมมารตามโลกไม่ทัน เก็น อุโรบุจิ ยอมรับว่าไม่สามารถแต่ง Madoka ได้ในยุคนี้ เพราเขาไม่เข้าใจความกลัว และความปรารถนาของเด็กยุคปัจจุบัน

เก็น อุโรบุจิ เผยว่าเขาคงไม่สามารถเขียน Madoka Magica ได้ในยุคนี้ เนื่องจากตามความหวาดกลัวและความต้องการของเด็กยุคสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียไม่ทัน