ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แผ่น มูลนิธิประวัติศาสตร์วิดีโอเกมเผย ปัญหาในการอนุรักษ์ ไม่ใช่เรื่องแผ่น แต่อยู่ที่ความร่วมมือของ ESA

วงการเกมเรียกได้ว่าเข้าสู่ความวุ่นวายครั้งใหญ่ หลัง PlayStation กลายเป็นเจ้าแรกที่ประกาศจะเลิกผลิตแผ่นเกม โดยจะยุติการผลิตในปี 2028 ตามมาด้วยข่าวลือว่า XBOX เอง ก็จะยุติการสร้างเครื่องแบบมีช่องใส่แผ่น
วงการเกมเรียกได้ว่าเข้าสู่ความวุ่นวายครั้งใหญ่ หลัง PlayStation กลายเป็นเจ้าแรกที่ประกาศจะเลิกผลิตแผ่นเกม โดยจะยุติการผลิตในปี 2028 ตามมาด้วยข่าวลือว่า XBOX เอง ก็จะยุติการสร้างเครื่องแบบมีช่องใส่แผ่นเช่นกัน ส่วน Nintendo ก็ยังคงเป็น Nintendo ที่ไม่ตามใครเช่นเดิม
ข่าวนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับหลายฝ่าย ทั้งในเรื่องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเกม และความกังวลว่าเกมจำนวนมาก อาจจะกลายเป็น Lost Media ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ซึ่งเรื่องนี้ผู้กำกับใหญ่อย่าง Hideo Kojima ก็เคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน และเขากลัวว่าผู้คนจะไม่สามารถเข้าถึงสื่อที่ตัวเองรัก ได้อย่างอิสระอีกต่อไป แถมปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการที่ร้านค้าดิจิทัลมีโอกาสปิดตัวในสักวัน เกมจำนวนมากในปัจจุบันยังต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็จะต้องถูกปิดตัวลงเช่นกัน
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ Video Game History Foundation หรือมูลนิธิประวัติศาสตร์วิดีโอเกม ซึ่งทำหน้าที่รักษาสื่อที่เป็นวิดีโอเกม ก็ได้เผยว่า การตัดสินใจเลิกผลิตเกมแบบแผ่นนั้น อันที่จริงไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการอนุรักษ์เกมแบบมืออาชีพมากนัก เพราะพวกเขาไม่ได้มองว่าแผ่นเกมเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอนุรักษ์เกมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เพราะวิดีโอเกมส่วนใหญ่ที่ผลิตขึ้นในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเครื่องโฮมคอนโซลโดยเฉพาะด้วยซ้ำ และต่อให้ตัวเกมจะมีการวางจำหน่ายในรูปแบบแผ่น การปล่อยแพตช์อัปเดตแบบดิจิทัลตั้งแต่วันแรก ก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นแผ่นเกมที่ไม่ได้มีข้อมูลอย่างสมบูรณ์ จึงไม่ตอบโจทย์การอนุรักษ์
ซึ่งพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุได้เตรียมรับมือกับอนาคตเช่นนี้มาสักพักแล้ว ปัญหาก็คือ พวกเขาไม่ได้รับความร่วมมือที่ดี จากสมาคมซอฟต์แวร์บันเทิง หรือ ESA ในการอนุรักษ์คอนเทนต์แบบดิจิทัลอย่างถูกกฎหมาย และทำให้เข้าถึงได้เพื่องานวิจัย ซึ่งทุกฝ่ายมองว่า เป็นปัญหาที่ร้ายแรง แต่ ESA กลับคัดค้านความพยายามของสถาบันมรดกทางวัฒนธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในการปฏิรูปกฎหมายคุ้มครองการคัดลอกสื่อดิจิทัล เพื่อให้การทำงานด้านนี้ง่ายขึ้น ปฏิเสธที่จะเสนอทางเลือกที่มีความหมาย ซึ่งทางมูลนิธิเอง ก็ไม่อยากจะต้องไปอ่าวโจรสลัดเพื่อนำเกมเหล่านี้มาอนุรักษ์
ปัจจุบัน ESA เริ่มถูกชาวเกมมองว่าเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นล็อบบี้ยิสต์ปกป้องผลประโยชน์ให้ค่ายเกมใหญ่ๆ มากกว่าจะเพื่อคนเล่น และคนทำเกมจริงๆ ซึ่งล่าสุดถูกมองว่าเป็นตัวการสำคัญที่คว่ำแคมเปญ Stop Killing Games แถมยังกล่าวหาว่า เซิร์ฟเวอร์คอมมูนิตี้ของ Minecraft เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่ Microsoft อนุญาต จน Notch บิดา Minecraft ถึงขั้นสลิ้งแตกบอกว่าพวกนี้มันทำตัวน่าเกลียดได้กว่าที่คิดเสียอีก
แน่นอนว่าคงยากที่แผ่นจะกลับมา ดังนั้นการรักษาสื่อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนมันจะสามารถทำได้แค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไปยาวๆ นะครับ


