ช็อกวงการนักอ่านไทย สำนักพิมพ์ตงหลี่ เจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงของหงสาจอมราชันย์ออกแถลงการณ์ ถูกสำนักพิมพ์ไทยละเมิดลิขสิทธิ์เกือบ 18 ปี

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวช็อกของวงการนักอ่านไทยทุกคนจริงๆ โดยเฉพาะแฟนๆ การ์ตูนจีนฮ่องกง หรือแมนฮัว ที่ล่าสุดทางสำนักพิมพ์ตงหลี่ สำนักพิมพ์ต้นสังกัดและผู้ถือลิขสิทธิ์ผลงานดังอย่างหงสาจอมราชันย์ ได้ออ
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวช็อกของวงการนักอ่านไทยทุกคนจริงๆ โดยเฉพาะแฟนๆ การ์ตูนจีนฮ่องกง หรือแมนฮัว ที่ล่าสุดทางสำนักพิมพ์ตงหลี่ สำนักพิมพ์ต้นสังกัดและผู้ถือลิขสิทธิ์ผลงานดังอย่างหงสาจอมราชันย์ ได้ออกแถลงการณ์ ว่าผลงานของพวกเขา ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ในไทยมานานเกือบ 18 ปี
โดยทางสำนักพิมพ์ตงหลี่ได้ชี้แจงว่า ลิขสิทธิ์ในการตีพิมพ์และจัดจำหน่ายของหงสาจอมราชันย์ของไทย ที่อยู่ในมือของสำนักพิมพ์บุรพัฒน์คอมิคส์นั้น ได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่ 31 ธันวาคม ปีพ.ศ. 2551 หรือจนถึงเล่มที่ 24 ทำให้ผลงานที่ออกมาหลังจากนั้นจนถึงเล่ม 77, ฉบับ Collector Edition และฉบับ E-Book เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น
ซึ่งทางสำนักพิมพ์ตงหลี่ได้แจ้งไปยังผู้ละเมิดลิขสิทธิ์หลายครั้งแล้ว แต่ไม่สามารถเจรจาและบรรลุข้อตกลงได้ ทั้งเรื่องค่าเสียหาย เงินเยียวยา รวมถึงความเคารพในตัวของ อ.เฉินเหมา ผู้แต่ง ทำให้ทางสำนักพิมพ์ตงหลี่ตัดสินใจออกแถลงการณ์ครั้งนี้ รวมถึงเตรียมดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างถึงที่สุด พร้อมกับขอบคุณแฟนๆ ที่ยังคงรักในผลงานเรื่องนี้ และกลับมาอีกครั้งเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
ข่าวนี้เรียกได้ว่าสร้างความตกใจอย่างมาก เพราะนี่เป็นหนึ่งในผลงานที่มีแฟนคลับมากมายในไทย ด้วยเสน่ห์ในการเล่าเรื่องราวยุคสามก๊ก ผ่านมุมมองของตระกูลสุมา โดยเฉพาะสุมาอี้ และการตีความเหล่ายอดขุนพลในยุคที่มีเสน่ห์ พร้อมเรื่องราวของสงคราม การเมืองและกลยุทธ์ที่หักเหลี่ยมเฉือนคม กลซ้อนกลไปมา สะท้อนสัจธรรมของสงครามได้อย่างสมจริง ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ ความโหดร้าย การเสียสละ และศีลธรรมที่ถูกบิดเบือนเพื่อความอยู่รอดของแคว้น ทำให้เมื่อมีประกาศจากต้นสังกัดว่าผลงานที่พวกเขาสนับสนุนมาโดยตลอด ไม่ใช่ผลงานที่ถูกลิขสิทธิ์ ก็ทำให้หลายคนช็อกไปตามๆ กัน
อีกทั้งการประกาศนี้ ยังทำให้เกิดคำถามและความสงสัยมากมายแก่สังคมนักอ่านในไทย ว่าผลงานที่พวกเขาติดตามมาโดยตลอด ถูกลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ จริงอยู่ที่สมัยก่อน หนังสือในไทยไม่ได้มีลิขสิทธิ์ถูกนำมาวางจำหน่ายมากมาย แต่เมื่อสังคมนักอ่านไทย พัฒนาและเลยจุดนั้นมามากแล้ว ข่าวนี้จึงอาจทำให้ความเชื่อมั่นของนักอ่านที่มีต่อสำนักพิมพ์ไทยโดยรวมลดลง และอาจส่งผลกระทบไปถึงสำนักพิมพ์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องโปร่งใส ที่จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของตนเอง
ซึ่งพวกเราก็หวังว่าคดีความนี้จะจบโดยเร็ว เพื่อให้ผู้อ่านไทย สามารถสนับสนุนผลงานอันเป็นที่รักต่อไปนะครับ
https://web.facebook.com/share/p/18zkjHF2W5/


