ได้เวลาปรับปรุง PEGI เผย 4 หมวดหมู่จัดเรตติ้งเกมใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมถึง NFT , Loot Boxes และเนื้อหาของเกมยุคใหม่

นับตั้งแต่ สมาพันธ์ซอฟต์แวร์อินเทอร์แอกทีฟแห่งยุโรป หรือ Video Games Europe ได้สร้างระบบ PEGI ในปี 2003 เพื่อสร้างมาตรฐานกลางในการจัดเรตติ้งอายุและเนื้อหาของวิดีโอเกมทั่วทั้งทวีปยุโรป ก็เป็นเวลามากกว่
นับตั้งแต่ สมาพันธ์ซอฟต์แวร์อินเทอร์แอกทีฟแห่งยุโรป หรือ Video Games Europe ได้สร้างระบบ PEGI ในปี 2003 เพื่อสร้างมาตรฐานกลางในการจัดเรตติ้งอายุและเนื้อหาของวิดีโอเกมทั่วทั้งทวีปยุโรป ก็เป็นเวลามากกว่า 20 ปี แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เทคนิคการตลาดของบริษัทเกมที่มีมากขึ้น ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องทำการปรับปรุงมาตรฐานการจัดเรตติ้งให้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งแต่เดิม PEGI จะพิจารณาเนื้อหาภายในเกม ทั้งความรุนแรง, คำหยาบคาย, ความกลัว, การพนัน, เรื่องทางเพศ, ยาเสพติด, การเลือกปฏิบัติ แต่ล่าสุด ในวันที่ 12 มีนาคม ได้เพิ่มหมวดหมู่สำหรับการพิจารณาจัดเรตติ้งใหม่ 4 หมวดหมู่ โดยมุ่งเน้นไปที่การซื้อภายในเกม, ไอเทมสุ่มแบบเสียเงิน, ภารกิจรายวัน และระบบการสื่อสารที่ไม่มีการควบคุม โดยสิ่งเหล่านี้จะถูกนำเข้ามาพิจารณาในเรตติ้งของ PEGI 3, 7, 12, 16 และ 18 โดยหลักการแล้ว ยิ่งเกมมีระบบออนไลน์ที่เปิดกว้างและไร้การควบคุมมากเท่าไหร่ เรตติ้งอายุของเกมนั้นก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
โดยวิธีการพิจารณามีดังนี้
- ซื้อภายในเกม
* ข้อเสนอจำกัดเวลาหรือจำกัดจำนวนจะถูกจัดให้อยู่ในเรตติ้ง PEGI 12
* NFT หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนจะถูกจัดให้อยู่ในระดับ PEGI 18
- ไอเทมสุ่มแบบเสียเงิน เช่น กาชา Loot Box เรตติ้งพื้นฐานจะเป็น PEGI 16 และในบางกรณีอาจขึ้นเป็น PEGI 18
- การบังคับเล่นตามกำหนดเวลา เช่น ภารกิจรายวันจะได้เรตติ้ง PEGI 7 ก่อน แต่ถ้ามีการลงโทษผู้เล่นที่ไม่เข้าเล่นตามเวลา จะได้ถูกขยับขึ้นเป็น PEGI 12
- ความปลอดภัยในการเล่นออนไลน์ หากเกมมีระบบการสื่อสารที่เปิดกว้างอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีข้อจำกัด เช่นไม่มีระบบบล็อกหรือรีพอร์ต จะถูกจัดให้อยู่ในเรตติ้ง PEGI 18 ทันที
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ PEGI ยืนยันว่าได้ทำงานร่วมกับทั้งคณะกรรมการภายในและ USK ซึ่งเป็นคณะกรรมการจัดเรตติ้งอายุเกมของเยอรมนี ในการพัฒนาเกณฑ์ใหม่นี้ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป ซึ่งกำหนดให้เกมใดๆ ที่จะวางจำหน่ายหลังจากช่วงเวลานั้น ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับระบบที่เน้นการออนไลน์เหล่านี้ทั้งหมด
อย่างไรก็ดี การจัดเรตติ้งเป็นเพียงแนวทาง เพื่อกำหนดความเหมาะสมในการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน ซึ่งยังมีโอกาสที่ผู้ที่มีอายุไม่ถึงยังสามารถเข้าเล่นเกมเหล่านี้ได้อยู่ ดังนั้นผู้ใหญ่อย่างเราควรหมั่นสอดส่องดูแลเกมที่เหล่าเด็กๆ เล่นกันด้วยนะครับ


