ขายแผ่นรอดแค่ 7 เกม ผู้อำนวยการของ Circana เผย PS5 มีแค่ 7 เกมในปี 2026 ที่ทำยอดขายแบบแผ่นเกิน 100,000 Copy

การประกาศยุติการผลิตแผ่นเกมในปี 2028 ของ PlayStation ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงในวงการเกม ที่ทำให้หลายๆ ฝ่าย กังวลในเรื่องราคาเกมที่สูงขึ้น และไม่สามารถเป็นเจ้าของเกมอีกต่อไป จนเหล่าเกมเมอร์พากันไปสาปส
การประกาศยุติการผลิตแผ่นเกมในปี 2028 ของ PlayStation ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงในวงการเกม ที่ทำให้หลายๆ ฝ่าย กังวลในเรื่องราคาเกมที่สูงขึ้น และไม่สามารถเป็นเจ้าของเกมอีกต่อไป จนเหล่าเกมเมอร์พากันไปสาปส่งทุกช่องทาง นักพัฒนาเกมอินดี้โดนลูกหลงไปด้วย
แต่ท่ามกลางการเรียกร้องให้ Sony ยกเลิกการตัดสินใจ ในความเป็นจริงมีคนซื้อแผ่นแค่ไหนกันแน่นะ ?
จากข้อมูลล่าสุดโดย Mat Piscatella ผู้อำนวยการของ Circana บริษัทวิจัยตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีอิทธิพล และสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เผยว่าในปี 2026 ท่ามกลางเกมที่ออกมามากกว่าร้อยเกม มีเกม PS5 เพียงเจ็ดเกมเท่านั้นที่ทำยอดขายแบบแผ่นได้เกิน 100,000 Copy แถมมีเพียง 2 เกมจากทั้งหมดที่สามารถทำยอดขายได้เกิน 10,000 Copy ใน 7 วัน
แม้จะไม่มีการประกาศว่า 7 เกมที่ว่าเป็นเกมอะไรบ้าง แต่หนึ่งในเจ็ดเกมที่คาดว่าสามารถทำยอดขายแบบแผ่นสูงตามยอดที่ว่ามา รวมถึงทำยอดถึงหมื่นแผ่นใน 7 วัน ทาง Alinea Analytics ก็ได้คาดการณ์ว่าเป็น Ghost of Yotei เกมฟอร์มยักษ์ของ PlayStation ที่สามารถทำยอดขายแผ่นได้ถึง 35.4% จากยอดขายทั้งหมด ส่วนเกม Third Party ที่สามารถทำยอดขายแบบแผ่นได้มากสุด หนีไม่พ้นเกมภาคต่อระดับตำนานอย่าง Resident Evil Requiem ที่สามารถทำยอดขายแผ่นได้มากถึง 27.8% หรือราวๆ เกือบ 1 ล้านแผ่นจากที่ประเมินไว้ประมาณ 3.5 ล้านชุด
นอกจากนี้ Mat Piscatella ยังได้ประเมินการตัดสินใจของ Sony ที่จะยกเลิกเกมแบบแผ่นบน PlayStation ไว้ว่า
"Sony กำลังเดิมพันว่า เกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมแบบแผ่นหลายๆ คน ท้ายที่สุดแล้วก็จะยอมรับเกมแบบดิจิทัลได้อยู่ดี และถ้าหากคนที่ไม่ยอมรับ หันไปเลิกซื้อเครื่อง PlayStation นั่นก็จะไม่ใช่ปัญหาสำหรับบริษัท เพราะความสูญเสียในส่วนนั้นจะถูกชดเชยด้วยผลกำไรที่สูงขึ้น ซึ่งได้จากกลุ่มผู้ใช้งานที่ยอมเปลี่ยนมาสู่รูปแบบดิจิทัล"
ซึ่งการประเมินนี้สอดคล้องกับนักวิเคราะห์หลายฝ่ายที่มองว่า Sony พร้อมที่จะนิ่งเงียบกับกระแสต่อต้านที่เกิดขึ้น เพราะสุดท้ายผู้คนจะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และปรับตัวไปเอง แม้พวกเขาจะสูญเสียฐานลูกค้าไปอยู่กับค่ายอื่น แต่ต้นทุนแฝงจากการผลิตแผ่นลดลงไปมาก Sony พร้อมที่จะแลก และไม่เปลี่ยนการตัดสินใจแน่นอน คำถามนับจากนี้คือความเป็นเจ้าของเกม ในยุคที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัลนับจากนี้จะเป็นอย่างไร นี่คือปัญหาที่เราควรสนใจ และต้องช่วยกันหาคำตอบต่อไปนะครับ


