Skip to content
อนิเมะและมังงะ

อวสารอนิเมะ นักวิจารณ์ญี่ปุ่นชี้ว่าอนิเมะกำลังกลายเป็นเพียงสินค้ามากขึ้น จนอาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายในอนาคต

โดย Zick
ภาพประกอบข่าว อวสารอนิเมะ นักวิจารณ์ญี่ปุ่นชี้ว่าอนิเมะกำลังกลายเป็นเพียงสินค้ามากขึ้น จนอาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายในอนาคต

นับตั้งแต่ยุค COVID-19 โลกเปลี่ยนไปมาก การรับรู้สื่อของผู้คนก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอนิเมะ ที่เมื่อก่อนมันเป็นสิ่งที่เฉพาะกลุ่ม มีคนสนับสนุนไม่มาก แถมคนที่ชอบก็มักจะโดนล้อว่าเข้าสังคมไม่เก่ง หรือแม้กระทั่

นับตั้งแต่ยุค COVID-19 โลกเปลี่ยนไปมาก การรับรู้สื่อของผู้คนก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอนิเมะ ที่เมื่อก่อนมันเป็นสิ่งที่เฉพาะกลุ่ม มีคนสนับสนุนไม่มาก แถมคนที่ชอบก็มักจะโดนล้อว่าเข้าสังคมไม่เก่ง หรือแม้กระทั่งไม่โต แต่ในปัจจุบัน แทบจะน้อยคนเอามากๆ ที่ไม่ดูอนิเมะ แถมมีช่องทางให้เลือกดูอย่างถูกลิขสิทธิ์มากมาย บ้านเราเองก็มีหลายช่องทาง มีพากย์ไทย แถมมีอีเวนต์อนิเมะอยู่จะตลอด

แม้ดูเป็นทิศทางที่เติบโตอย่างแข็งแรง แต่นักวิจารณ์ชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างฟูจิตสึ เรียวตะ ได้เขียนบทความลงใน Anime! Anime! โดยเขามองว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นรูปแบบศิลปะของกลุ่มเนิร์ด ได้กลายมาเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกไปแล้ว แต่ความนิยมที่เพิ่มขึ้นย่อมตามมาด้วยการที่สื่อถูกทำให้กลายเป็นสินค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในปัจจุบันผลงานต่างๆ เริ่มดูคล้ายคลึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ และปริมาณที่มีมากจนล้นตลาด อันเกิดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

แม้ตัวคุณเรียวตะ จะมองว่าอนิเมะทุกเรื่องสามารถถูกมองได้ทั้งในฐานะงานศิลปะ แต่การที่ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างต้องการอนิเมะเป็นของตัวเอง เพื่อทำกำไร ก็ทำให้จำนวนที่มีต่อซีซัน อาจจะมากเกินไป และในขณะเดียวกันก็บีบบังคับให้ทุกเรื่อง จะต้องเป็นไวรัล ต้องถูกพูดถึงในอินเตอร์เน็ต ต้องมีช็อตเด็ดให้คนเอาไปตัดลง TikTok เพื่ออัลกอริทึม จนขาดความต่างและความเป็นตัวของตัวเอง จนผู้ชมรู้สึกว่าจะดูอันไหนก็ได้ ขอแค่สนุก และเอาไปคุยกับชาวเน็ตได้ก็พอ

“เมื่อผมจินตนาการถึง ‘จุดจบของอนิเมะ’ ผมมักจะสงสัยว่ามันอาจจะเป็นสภาวะที่เมื่อไปถึงจุดสิ้นสุดของการเป็นสินค้าแล้ว ผู้คนจะไม่แสวงหาความหมายจากการที่ผลงานนั้นถูกถ่ายทอดผ่านสื่ออย่างอนิเมะอีกต่อไป แต่อนิเมะมันไม่หายไปไหนหรอก แค่จะไม่มีใครใส่ใจการมีอยู่ของมันเลยต่างหาก” คุณเรียวตะ อธิบายมุมมองของเขา

อย่างไรก็ดี สิ่งนี้อาจจะมองได้ว่าเป็นช่วงหนึ่งของวัฏจักรธุรกิจอนิเมะ ที่แม้จะมีจำนวนอนิเมะออกมามากมายจนดูเหมือนล้นตลาด แต่เมื่อปริมาณผู้ชมเพิ่มมากขึ้น อนิเมะทุกเรื่องก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องดังแบบดาบพิฆาตอสูร หรือ SOLO Leveling ที่คนหมู่มากดูเสมอไป บางครั้งการดังเฉพาะกลุ่ม และมีแฟนๆ คอยสนับสนุนผลงานอยู่ตลอด ก็อาจจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ถูกต้องก็ได้ อีกทั้งเมื่อถึงจุดที่อิ่มตัว ทุกค่ายก็จะเริ่มลดปริมาณการผลิตลง และหันมาทำให้คุณภาพทุกด้านมันดีขึ้น ก่อนจะกลับมาผลิตมันด้วยคุณภาพนั้น แบบจำนวนมาก

แต่อนาคตของอนิเมะ จะอวสาร หรือรุ่งโรจน์สืบไป มีแต่พวกเราที่เป็นผู้ชมเท่านั้นที่จะช่วยกันให้คำตอบได้นะครับ


ข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบข่าว By Emporer Not America Saber Interactive เผยว่า Space Marine 2 ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้สร้างในอเมริกา
ธุรกิจและอุตสาหกรรมเกม

By Emporer Not America Saber Interactive เผยว่า Space Marine 2 ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้สร้างในอเมริกา

ผู้บริหาร Saber Interactive เผย Space Marine 2 ประสบความสำเร็จเพราะไม่ได้พัฒนาในอเมริกา ชี้การสร้างเกมนอกสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนมหาศาล

ภาพประกอบข่าว จอมมารตามโลกไม่ทัน เก็น อุโรบุจิ ยอมรับว่าไม่สามารถแต่ง Madoka ได้ในยุคนี้ เพราเขาไม่เข้าใจความกลัว และความปรารถนาของเด็กยุคปัจจุบัน
อนิเมะและมังงะ

จอมมารตามโลกไม่ทัน เก็น อุโรบุจิ ยอมรับว่าไม่สามารถแต่ง Madoka ได้ในยุคนี้ เพราเขาไม่เข้าใจความกลัว และความปรารถนาของเด็กยุคปัจจุบัน

เก็น อุโรบุจิ เผยว่าเขาคงไม่สามารถเขียน Madoka Magica ได้ในยุคนี้ เนื่องจากตามความหวาดกลัวและความต้องการของเด็กยุคสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียไม่ทัน

ภาพประกอบข่าว เบอร์ 1 ยังเป็น Tracer หัวหน้าโปรดิวเซอร์ Overwatch ยืนยันว่า Tracer ยังคงเป็นตัวชูโรงของเกม แม้ว่าช่วงหลังเธอจะไม่ค่อยปรากฏในสื่อเท่าไหร่
เกมคอนโซลและพีซี

เบอร์ 1 ยังเป็น Tracer หัวหน้าโปรดิวเซอร์ Overwatch ยืนยันว่า Tracer ยังคงเป็นตัวชูโรงของเกม แม้ว่าช่วงหลังเธอจะไม่ค่อยปรากฏในสื่อเท่าไหร่

ทีมพัฒนา Overwatch ยืนยันว่า Tracer ยังคงเป็นมาสคอตหลักของเกมเสมอ แม้ช่วงหลังบทบาทการโปรโมตจะถูกตัวละครใหม่ๆ แย่งสปอตไลต์ไปก็ตาม