ห้ามเด็กเล่นโซเชียล ฝรั่งเศสเตรียมผ่านกฏหมาย ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เล่น Social Media โดยให้เหตุผลว่าเพื่อปกป้องจากโซเชียล

ในปัจจุบัน ปัญหาการใช้ Social Media ในเด็กที่อายุน้อย ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปัญหา Cyberbully และเนื้อหา AI ขยะ จนหลายประเทศเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และในปีนี้ฝรั่งเศสก็
ในปัจจุบัน ปัญหาการใช้ Social Media ในเด็กที่อายุน้อย ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปัญหา Cyberbully และเนื้อหา AI ขยะ จนหลายประเทศเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และในปีนี้ฝรั่งเศสก็เตรียมจะผ่านกฏหมาย เพื่อจำกัดการใช้โซเชียลในเด็ก
รายงานจากสำนักข่าว Le Monde ระบุว่ารัฐบาลฝรั่งเศส ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Emmanuel Macron กำลังผลักดันให้กฎหมายแบน ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าถึงโซเชียลมีเดียโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Snapchat และ YouTube รวมถึงการ ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้อย่างจริงจังใน เดือนกันยายน 2026
โดยฝรั่งเศสเคยผ่านกฎหมายให้เด็กต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนสมัครโซเชียลมีเดีย ในช่วงปี 2018 และการขยายขอบเขตกฏหมายนี้ ก็เพื่อดำเนินรอยตามออสเตรเลียที่เพิ่งผ่านกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีไปเมื่อปลายปี 2025 นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ Digital Curfew สำหรับวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี โดยอาจมีการจำกัดหรือห้ามเข้าถึงโซเชียลมีเดียในช่วงเวลา 22:00 น. ถึง 08:00 น.
ซึ่งการผ่านกฏหมายครั้งนี้ ทางรัฐบาลของฝรั่งเศษก็ให้เหตุผล ว่าเพื่อปกป้องเยาวชน จากปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียเกินขนาด, ภาวะซึมเศร้า, ปัญหาการอดนอน, การกลั่นแกล้งออนไลน์ และการเสพติดอัลกอริทึม ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพจิตที่พุ่งสูงขึ้นในหมู่เยาวชน พร้อมยกเหตุการณ์สะเทือนขวัญในฝรั่งเศส เช่น กรณีเด็กนักเรียนทำร้ายร่างกายกันหรือทำร้ายครู ที่มีหลักฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเนื้อหาหรือความขัดแย้งบนโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางทำเนียบเอลิเซ และสำนักนายกรัฐมนตรียังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว
โดยการพยายามแบนโซเชียลจากมือเยาวชนกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นนอร์เวย์, เดนมาร์ก, และสเปน ซึ่งกฏหมายนี้ ถูกวิจารณ์ในเรื่องการริดรอนสิทธิเสรีภาพ และเกิดการต่อต้านในประเทศที่ผ่านกฏหมายไปแล้ว เช่นกลุ่มวัยรุ่นออสเตรเลียพยายามยื่นฟ้องรัฐบาล โดยอ้างว่ากฎหมายนี้ละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสารตามหลักสากล
ส่วนฝั่งของ UNICEF ได้ออกมาเตือนว่าการทำแบบนี้ เด็กกลุ่มเปราะบางหรือเด็กที่ต้องการคำปรึกษาเฉพาะทาง จะยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวและเสี่ยงอันตรายมากขึ้น และรัฐบาลควรเน้นเรื่องการให้ความรู้เท่าทันสื่อ รวมถึงการทำให้กฎหมายสอดคล้องกับกฎระเบียบดิจิทัลของสหภาพยุโรป จะสร้างประโยชน์มากกว่า แถมในทางปฏิบัติ ยังคงติดปัญหาในเรื่องการตรวจสอบอายุ ว่าจะทำอย่างไรให้แม่นยำโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว เพราะการปลอมแปลงอายุไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น
แล้วคุณหละ เยาวชนควรถูกจำกัดการใช้โซเชียล หรือว่ามันมีทางแก้ไขที่ดีกว่านี้ ลองมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้นะครับ


