ปล้นการ์ดโปเกม่อน กลุ่มคนติดอาวุธ บุกเข้ากวาดการ์ดโปเกมอนมูลค่ากว่าแสนดอลลาร์ไปจากร้าน Poke Court ในนิวยอร์ก

เรียกได้ว่าเป็นอีกข่าวสะเทือนใจของเหล่าผู้สะสมการ์ดเกม เพราะนอกจากจะต้องสู้รบกับเหล่า Reseller แล้ว ยังต้องมาปวดหัวกับการขโมย และการบุกปล้นอีก ล่าสุดเกิดเหตุขึ้นกับร้าน Poke Court ในย่าน Meatpacking ข
เรียกได้ว่าเป็นอีกข่าวสะเทือนใจของเหล่าผู้สะสมการ์ดเกม เพราะนอกจากจะต้องสู้รบกับเหล่า Reseller แล้ว ยังต้องมาปวดหัวกับการขโมย และการบุกปล้นอีก ล่าสุดเกิดเหตุขึ้นกับร้าน Poke Court ในย่าน Meatpacking ของแมนฮัตตัน หลังจากที่ชายสวมหน้ากาก 3 ราย พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าไปในร้านก่อนใช้อาวุธข่มขู่พนักงาน และลูกค้าหลายสิบคนที่กำลังร่วมกิจกรรมศิลปะและงานฝีมือ พร้อมกวาดการ์ดโปเกมอนและของสะสมมูลค่าสูงกว่า 100,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไป ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างตามตัวของตำรวจ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจอย่างมาก โดยพนักงานคนนึงออกมาทวีตทั้งน้ำตาใน X ว่า “มันทำฉันใจสลาย กิจกรรมที่สร้างสรรค์และบริสุทธิ์ใจอย่างงานศิลปะสำหรับการ์ดโปเกมอน ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้” ส่วนทางด้าน Courtney Chin ผู้ก่อตั้งร้าน The Poke Court ก็แสดงความรู้สึกในทิศทางเดียวกันว่า “ไม่ควรมีใครต้องมาโดนปืนจ่อหน้าในขณะที่กำลังมีความสุขกับงานอดิเรกของตัวเอง” พร้อมยืนยันว่าทุกคนภายในร้านปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย พร้อมขอบคุณชุมชนผู้เล่นสำหรับกำลังใจและการสนับสนุนอย่างล้นหลามหลังจากเกิดเหตุการณ์
เหตุปล้นครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งคดีที่เพิ่มเข้ามาในสถิติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับโปเกมอนซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่ง Poke Court ที่โดนปล้น พวกเขามักจะมีสต็อกของการ์ดหายากเก็บไว้โชว์หรือขายเป็นจำนวนมาก ทำให้ตกเป็นเป้าในการก่อเหตุครั้งนี้
ซึ่งในปัจจุบัน ตลาดการ์ดโปเกม่อนไปไกลกว่าการเป็นของเล่นเด็ก โดยมีการคาดการณ์ว่ามีมูลค่ารวมสูงถึง 4,000 - 7,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ราว 1.3 แสน - 2.3 แสนล้านบาท) ในขณะที่มูลค่าของการ์ดหายากยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสภาพคล่องสูงซื้อง่ายขายคล่องเหมือนทองคำหรือนาฬิกาหรู ทำให้ร้านค้าและนักสะสมต่างตกเป็นเป้าหมายของการขโมย การงัดแงะ การทำร้ายร่างกาย และการปล้นครั้งใหญ่ที่เป็นข่าว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจากการ์ดที่ถูกขโมยรวมกว่าหลายแสนดอลลาร์เข้าไปแล้ว
พวกเราก็หวังว่าจะไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ในไทย เพราะลำพังแค่ต้องต่อสู้กับพวกพ่อค้า Reseller ก็เหนื่อยแล้ว


