Cautionary Tale: Taiwanese Student Dies from Brain Hemorrhage After Non-Stop 4-Day Gaming Marathon

A Taiwanese university student tragically passed away from a brain hemorrhage after continuously playing computer games for four days and three nights without proper rest.
แม้ในปัจจุบันเกมจะกลายเป็นหนึ่งในงานอดิเรกที่ได้ยอมรับ กลายเป็นทั้งกีฬา คอนเทนท์ยอดนิยม ตัวเลือกที่ดีในการพักผ่อน หรือแม้กระทั่งช่วยในการกระตุ้นสมอง ป้องกันอาการของโรคอัลไซเมอร์ บำบัดอาการ PTSD และอาการทางสมองอื่นๆ ซึ่งมีการวิจัยทางการแพทย์รองรับอยู่ตลอด แต่ถึงอย่างนั้นการเล่นที่มากเกินพอดีก็ไม่ใช่สิ่งที่ควร อย่างที่เกิดเหตุการณ์ กับนักศึกษาหนุ่มที่โหมเล่นเกมมากเกินไป จนนำไปสู่การเสียชีวิต
พยาบาล ICU ชาวไต้หวันชื่อ Lin Ting ได้นำเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่เธอได้พบเจอ ออกมาเปิดเผยบนสื่อโซเชียล โดยเธอได้เล่าถึงเรื่องราวของนักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ที่ได้นั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่า 4 วัน 3 คืน โดยมีเพียงการลุกไปเข้าห้องน้ำและกินขนมในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น โดยไม่ฟังคำเตือนของผู้เป็นแม่ที่ต้องการให้เขาพักผ่อนจากการเล่นเกมบาง
จากคำบอกเล่าของผู้เป็นแม่ เด็กหนุ่มพยายามจะลุกไปเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืน แต่จู่ๆ เขาก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและล้มลงกับพื้นจนหมดสติ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์วินิจฉัยว่าหลอดเลือดแดงในสมองแตก ซึ่งทำให้มีเลือดออกอย่างรุนแรง แม้ทำการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิต แต่หลังจากที่ต้องพึ่งเครื่องช่วยพยุงชีพและรับยาเพิ่มความดันโลหิต แต่หลังจากผ่านไปหลายเดือน ทางครอบครัวก็ตัดสินใจอย่างเจ็บปวด ที่จะปล่อยให้เขาจากไปเพื่อพ้นจากสภาพอันน่าสังเวช
Lin Ting ได้นึกถึงช่วงเวลาที่ครอบครัวกล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้าย และหวังว่าผู้คนที่ได้อ่านเรื่องนี้ จะเข้าใจมากขึ้นว่าอาการเลือดออกในสมองไม่ได้เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น การทำงานหรือใช้งานร่างกายหนักเกินไป การเล่นเกมเป็นเวลานานโดยที่สมองต้องรับข้อมูลของภาพและเสียงอยู่ตลอด ผนวกกับการอดนอนเรื้อรัง และความเครียดสะสมจากการเล่นเกม ล้วนสามารถทำให้หลอดเลือดในสมองอ่อนแอลง และอาจส่งผลให้หลอดเลือดแตกได้ แม้ว่าบุคคลนั้นจะไม่มีภาวะความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง หรือน้ำตาลในเลือดสูงก็ตาม
ในปัจจุบันอาการติดวิดีโอเกมนั้น ทางองค์การอนามัยโลกได้ทำการขึ้นทะเบียนรับรองให้เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง และมีผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคติดเกม ราว 60 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งแม้เราจะย้ำเสมอว่าเกมเป็นสิ่งที่ดี แต่การเล่นมากเกินไปย่อมไม่ใช่สิ่งที่ควรอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นชาวเกมทุกท่าน ควรหาเวลาออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ ออกไปใช้ชีวิต ใส่ใจกับคนรอบข้าง หรืออย่างน้อยแตะหญ้าบ้างเพื่อสุขภาพที่ดีนะครับ


