Skip to content

Caffè Veloce Sees Sales Surge 20 Times Higher Than Normal During Comiket

by Zick
Cover image for Caffè Veloce Sees Sales Surge 20 Times Higher Than Normal During Comiket

Oricon reports that a nearby Caffè Veloce branch saw sales spike up to 20 times normal volume during Comiket, mobilizing 60 staff to serve hungry attendees.

ยังคงมีเรื่องจากงาน Comiket ครั้งที่ 108 ให้เราหยิบยกและพูดถึงอีกสักหนึ่งข่าวกัน แต่รอบนี้เราต้องมองภาพให้กว้างออกมาจากตัวงาน เพราะด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งสองวันที่มีมากถึง 260,000 คน ทำให้มหกรรมโดจินเซอร์เคิล และ Pop Culture ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่าเงินจะสะพัดอยู่ที่ราวๆ 15,000 - 18,000 ล้านเยน กระจายไปตามธุรกิจต่างๆ ทั้ง การพิมพ์, คมนาคม, ที่พัก และที่สำคัญสุด อาหาร เพราะทุกคนต้องกิน และร้านรอบๆ สถานที่ที่มีผู้คนมากกว่าแสนคนอยู่ในนั้น ย่อมเป็นจุดที่ผู้คนมากมายจะมาฝากท้องเพื่อให้มีแรง ลุยงานนี้กัน

ทางสำนักข่าว Oricon ก็ได้รายงานว่า Caffè Veloce แฟรนไชส์ร้านกาแฟและคาเฟ่ชื่อดังที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1998 ได้ทำการระดมพนักงานจากสาขาทั่วประเทศถึง 60 คน พร้อมทั้งจัดตั้งหอคอยบัญชาการ เพื่อให้บริการลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสาขาอาริอาเกะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ Tokyo Big Sight สถานที่จัดงาน Comiket

โดยคุณชิมาดะ โยชิเอะผู้บัญชาการสูงสุดของภารกิจนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าปกติร้านนี้จะใช้พนักงานประมาณ 7 คน แต่ด้วยความที่มีลูกค้าจำนวนมาก ทำให้ต้องเรียกระดมพลคนมาช่วยเหลือในสองวันดังกล่าว ซึ่งแทนที่พวกเขาจะจ้างพนักงานชั่วคราว ทีมงาน Veloce จากที่ต่างๆ กลับอาสาตัวเองเพื่อร่วมในอีเวนต์นี้ หลายคนก็เป็นถึงระดับผู้จัดการสาขา แถมกว่าครึ่งของพนักงานมีประสบการณ์ในงาน Comiket มาแล้ว 2-3 ครั้ง เพราะสำหรับพวกเขา การได้ถูกรับเลือกให้มาร่วมงานนี้ถือเป็นความภูมิใจและเป็นแรงจูงใจในการทำงานอย่างหนึ่ง

และเมื่อวันงานมาถึง ลูกค้ายาวเหยียดตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด หลายคนต่างเข้ามาใช้บริการที่นี่ ส่งผลให้ร้านต้องเปิดก่อนเวลา ในช่วง 06:50 น. ซึ่งแถวสำหรับซื้อของแบบ Takeaway นอกร้านยาวทะลุ 150 คนตั้งแต่เริ่ม แถมภายในครึ่งชั่วโมงที่นั่งภายในร้านทั้ง 155 ที่นั่ง เต็มทุกที่ จนทำให้ในหนึ่งชั่วโมงมีลูกค้าใช้บริการมากถึง 270 ราย ทุบสถิติสูงสุดในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านๆ มา ถึงขั้นที่ข้าว 2 โช หรือ ราว 3.6 ลิตร หมดภายในครึ่งชั่วโมงแรก และทำให้ยอดขายข้าวแกงกะหรี่พุ่งทะลุ 100 จาน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 2 เท่า และคุณชิมาดะก็มั่นใจว่าปีนี้จะทำยอดขายทะลุเป้า 105% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเคยทำสถิติยอดขายสูงกว่าวันปกติถึง 20 เท่ามาแล้ว

โดยคุณชิมาดะยังได้เล่าเพิ่มเติมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาร่วมกันพัฒนา ทั้งการเพิ่มเครื่องคิดเงินเป็นสองเครื่อง, การฝึกฝนโดยการที่กำหนดว่าใช้มือไหนดึงลิ้นชัก แล้วใช้มือไหนหยิบแก้วมัคออกมาทำเครื่องดื่ม การคอยเทรนคนใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือ รวมไปถึงการมีหอคอยบัญชาการมาใช้เพื่อแบ่งหน้าที่หลัก พื้นที่ให้บริการ, เครื่องดื่ม, อาหาร และการขายนอกร้าน อย่างชัดเจน

ผลลัพธ์ที่ได้คือการที่ช่วงพีกสุดทางร้านสามารถเสิร์ฟข้าวแกงกะหรี่ได้เร็วที่สุดในเวลาเพียง 10 วินาที และใช้เวลาเฉลี่ยตั้งแต่คิดเงินจนถึงส่งมอบสินค้าเพียง 15 วินาทีต่อลูกค้า 1 กลุ่ม จนลูกค้ายังทึ่งกับความเร็วที่ยังจ่ายเงินไม่เสร็จ ข้าวก็มาถึงแล้ว แถมยังช่วยให้ Staff ของ Comiket ได้รับอาหารทันก่อนงานจะเริ่ม ไม่ต้องถอดใจและทนหิวจนกว่าจะจบงาน

ซึ่งทางคุณชิมาดะมองว่าแรงจูงใจของทีมคือสิ่งสำคัญที่สุด บรรยากาศการทำงานช่วง Comiket จะค่อนข้างตึงเครียด ดุดัน และกดดัน ซึ่งส่งผลให้อาหารออกมาช้า การเปลี่ยนแนวคิด และพัฒนาระบบจึงช่วยให้พวกเขา ทำงานราบรื่นเสมือนวันปกติ และสามารถส่งต่องานให้ผู้จัดการร้านหรือหัวหน้างานรุ่นต่อไปได้ง่ายขึ้น แม้จะมีการโยกย้ายบุคลากรก็ตาม

"ถ้าทุกคนไม่สนุกกับมัน เราจะไม่มีทางไปถึงเป้าหมายได้เลย"

ข่าวนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ แนวคิดในความรักการบริการของชาวญี่ปุ่นนั้นน่าทึ่งเสมอ สิ่งนี้ไม่ได้แค่ทำให้ประสบการณ์ของการไป Comiket มีดีแค่ตัวงาน แต่ยังรวมไปถึงทุกภาคส่วนที่อยู่รอบๆ จนชื่อของมหกรรมโดจินเซอร์เคิล และ Pop Culture ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ไม่เคยเกินจริง และพวกเราเชื่อว่าทุกอีเวนต์ Facility โดยรอบล้วนแล้วแต่สำคัญ ซึ่งก็หวังว่าแบรนด์ต่างๆ ที่ตั้งในจุดที่มีอีเวนต์ใหญ่จัดประจำ รวมถึงผู้จัดอีเวนต์เอง จะนำเคสของ Comiket และ Veloce เพื่อพัฒนาแบรนด์ และสร้างความรู้สึกดีๆ ให้แก่ผู้เข้าร่วมนะครับ


News

Related news