Skip to content
เกมคอนโซลและพีซี

กลับมาก็โดนยับ PlayStation โดนถล่มคอมเมนต์ยับหลังโพสต์โปรโมต FlexStrike สังเวยการประกาศยุติผลิตแผ่นเกม

โดย Zick
ภาพประกอบข่าว กลับมาก็โดนยับ PlayStation โดนถล่มคอมเมนต์ยับหลังโพสต์โปรโมต FlexStrike สังเวยการประกาศยุติผลิตแผ่นเกม

กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีท่าทีว่าจะจบง่ายๆ จริงๆ สำหรับการประกาศยุติการผลิตแผ่นเกมของ PlayStation ที่จะสิ้นสุดในช่วงปี 2028 สิ่งนี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจของชาวเกมจำนวนมาก เนื่องจากชาวเกมกังวลในหลายๆ เรื่อ

กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีท่าทีว่าจะจบง่ายๆ จริงๆ สำหรับการประกาศยุติการผลิตแผ่นเกมของ PlayStation ที่จะสิ้นสุดในช่วงปี 2028 สิ่งนี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจของชาวเกมจำนวนมาก เนื่องจากชาวเกมกังวลในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะสิทธิ์การเป็นเจ้าของเกม แม้จะจริงอยู่ที่ข้อกำหนดนี้ถูกระบุไว้นานแล้วใน Terms of Service ที่คนไม่ค่อยได้อ่านกัน แต่ชาวเกมก็ยังรู้สึกว่า PlayStation กลายเป็นบริษัทที่สนแต่ผู้ถือหุ้นและทำกำไร จนหลงลืมแฟนเกมซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก

ล่าสุดหลังจาก PlayStation ประกาศยุติผลิตแผ่นเกม และนิ่งเงียบไปกว่าสัปดาห์ แอคเคาท์หลักก็มีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อโปรโมต FlexStrike จอยสำหรับเกมต่อสู้ เพื่อรับกับ MARVEL Tōkon: Fighting Souls ที่กำลังจะออกมา ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความที่เงียบไปเป็นสัปดาห์ จะด้วยเหตุผลเพราะหยุดวันชาติ หรือกำลังคิดคำพูดดีๆ เพื่อแถลงต่อสาธารณชน โพสต์โปรโมตนี้ก็ถูกถล่มยับกว่า 60,000 คอมเมนต์ และไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่พอใจ PlayStation ที่ทำราวกับว่าคำพูดของแฟนๆ นั้นไม่มีความหมาย แม้จะมีโน้ตจากชุมชนเกือบ 10 อัน หรือการล่ารายชื่อนับแสนก็ตาม แถมมีรายงานว่าพยายามแจก ส่วนลด 50% สำหรับแผน PlayStation Plus Extra 3-12 เดือน สำหรับผู้ที่กำลังยกเลิกสมาชิก ซึ่งก็มีการเปรียบเทียบว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน คณะกรรมการคงจะออกมาก้มหัวขอโทษและประกาศลาออกไปแล้ว

ปัญหานี้ไม่ได้จบแค่ฟากฝั่งของผู้เล่น เพราะผู้ผลิตเกมชั้นนำ และร้านค้าปลีกหลายๆ แห่งที่เป็นพาร์ทเนอร์โดยตรงเอง ก็เพิ่งรู้เรื่องนี้พร้อมๆ กับชาวเกม โดยเฉพาะประเทศที่ไม่มีบริการ PlayStation Network หรือนิยมเล่นแบบใส่แผ่นมากกว่า ถึงจะบอกว่าสามารถใช้ VPN ได้ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เสี่ยงต่อการโดนแบน ไม่มีตัวเลือกให้ทั้งผู้เล่นและผู้ค้า แถมจะทำให้ Sony สามารถขึ้นราคาได้ตามใจชอบ ทำให้กลุ่มนี้เองก็ไม่พอใจเป็นอย่างมากกับการตัดสินใจของ Sony ที่ไม่มีการหารือใดๆ ก่อน

“แม้เราจะดูเหมือนมีความสัมพันธ์ในการทำงานที่ใกล้ชิดกับ PlayStation แต่เราไม่ได้รับแจ้งว่าสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้น ตอนนี้เราถึงเพิ่งตระหนักว่าอาจตกงานเร็วกว่าที่คาดไว้” ผู้จัดจำหน่ายเกมระดับ AAA รายหนึ่งได้ให้ข้อมูลเอาไว้

อย่างไรก็ดี ในฝั่งของผู้ถือหุ้นดูเหมือนว่ากระดานของพวกเขาจะยังคงเขียวอย่างต่อเนื่อง มูลค่าเพิ่มขึ้นมาหลายวัน ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณที่ดี เพราะการลดต้นทุนทำให้กำไรเพิ่มขึ้น แต่สิ่งนี้อาจจะเป็นกับดักก็ได้ เพราะล่าสุดมีรายงานว่าฮิโรกิ โทโทกิ ประธานและ CEO ของ Sony ได้ทำการขายหุ้นกว่า 225,000 หุ้น มูลค่ารวม 4.73 ล้านดอลลาร์ แถมเขาเองก็ยังคงเหลือหุ้นในมือ 173,250 หุ้น ทำให้นี่อาจเป็นเพียงเกมกระดานของเหล่าคนรวยและผู้บริหารระดับสูง ที่กำลังฉวยโอกาสทำกำไรระยะสั้นเข้ากระเป๋า และทิ้งผลกระทบระยะยาวจากความพินาศของความเชื่อมั่นผู้บริโภคไว้ข้างหลัง

พวกเราเชื่อว่าความวุ่นวายนี้คงไม่จบง่ายๆ และจะเป็นอย่างไรต่อไป ยากที่จะคาดเดาครับ


ข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบข่าว อ้างแบบนี้ก็ได้ด้วย Sony อ้างว่าผู้ใช้ PlayStation ไม่ได้ถือครองกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของเกมดิจิทัล เพราะจะทำให้คนอื่นซื้อเกมนั้นไม่ได้
ธุรกิจและอุตสาหกรรมเกม

อ้างแบบนี้ก็ได้ด้วย Sony อ้างว่าผู้ใช้ PlayStation ไม่ได้ถือครองกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของเกมดิจิทัล เพราะจะทำให้คนอื่นซื้อเกมนั้นไม่ได้

Sony โต้แย้งในชั้นศาลว่าผู้เล่น PlayStation ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในเกมดิจิทัล เป็นเพียงการให้สิทธิ์ใช้งาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เดือดจากกลุ่มผู้บริโภค

ภาพประกอบข่าว Physical To Digital Xbox ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์แปลงแผ่นเกมเป็นดิจิทัล แค่ใส่แผ่นก็ได้เกมแบบดิจิทัลไปด้วยเลย
เกมคอนโซลและพีซี

Physical To Digital Xbox ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์แปลงแผ่นเกมเป็นดิจิทัล แค่ใส่แผ่นก็ได้เกมแบบดิจิทัลไปด้วยเลย

Xbox เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แปลงแผ่นเกมเป็นดิจิทัลได้ทันทีเมื่อใส่แผ่น ช่วยอำนวยความสะดวกและร่วมผลักดันการอนุรักษ์เกม

ภาพปกข่าว ผลวิเคราะห์ชี้ รายได้ตลาดเกมทั่วโลกโต 7.5% ขยับขึ้นไปแตะ 1.97 แสนล้านดอลลาร์
ธุรกิจและอุตสาหกรรมเกม

ผลวิเคราะห์ชี้ รายได้ตลาดเกมทั่วโลกโต 7.5% ขยับขึ้นไปแตะ 1.97 แสนล้านดอลลาร์

อ้างอิงจากรายงานฉบับล่าสุดของ Newzoo บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดวิดีโอเกมระดับโลก คาดการณ์ว่ารายได้จากอุตสาหกรรมเกมทั่วโลกในปี 2025 จะพุ่งทะยานไปถึง 1.97 แสนล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 6.9