ห่วยจนรวย Niu Lai แอนิเมชันทุนต่ำจากจีนกลายเป็นไวรัลทั่วโลก จากความห่วยจนติดอันดับทำเงิน ในบ็อกซ์ออฟฟิศจีน

บนโลกนี้มีหนังและแอนิเมชันไม่น้อย ที่ได้รับการขนานนามว่าหนังห่วย แต่น้อยเรื่องนักที่จะสามารถสร้างตำนาน จากความห่วยของมัน และคราวนี้มันเกิดขึ้นกับแอนิเมชันจีนทุนต่ำชื่อ Niu Lai ที่ตอนนี้มันได้กลายเป็นห
บนโลกนี้มีหนังและแอนิเมชันไม่น้อย ที่ได้รับการขนานนามว่าหนังห่วย แต่น้อยเรื่องนักที่จะสามารถสร้างตำนาน จากความห่วยของมัน และคราวนี้มันเกิดขึ้นกับแอนิเมชันจีนทุนต่ำชื่อ Niu Lai ที่ตอนนี้มันได้กลายเป็นหนังระดับสิบล้านหยวน จากความห่วยของมัน
โดย Niu Lai เป็นแอนิเมชัน 3 มิติคุณภาพต่ำ กำกับโดย Xin Yumeng เขียนบทโดย Sun Lifang ซึ่งสองคนนี้เป็นแม่ลูกกัน และนี่คือทีมงานทั้งหมดสร้าง พากย์เสียง และตัดต่อแอนิเมชัน ก่อนที่จะออกฉายไปเมื่อ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแทบไม่มีการทำการตลาดใดๆ นอกเหนือจากโปสเตอร์ที่วาดด้วยพู่กันเสมือนหนังฟอร์มยักษ์ จนคนเข้าใจว่าเป็นหนังดีและหลงเข้าไปดู ก่อนจะพบว่าการเคลื่อนไหวของตัวละครดูกระตุก โมเดลตัวละครเดินทะลุกันเอง พื้นผิวดูแบนราบและสีเลอะเทอะปนเปกันไปหมด จนโดนวิจารณ์ว่าแย่ยิ่งกว่าผลงาน AI และทำรายได้ไปเพียง 7,705 หยวน หรือประมาณ 40,000 บาท ในช่วงสิบวันแรกที่ออกฉาย
แต่หลังจากผู้ชมชุดแรกได้เข้าชม ความห่วยของ Niu Lai ก็ได้กลายเป็น Talk of the Town ในโซเชียลมีเดียของจีน มีคนมากมายพูดถึงเรื่องนี้ จนอยากจะพิสูจน์ด้วยตาตนเอง จน Niu Lai สามารถกวาดรายได้ไปมากกว่า 11.4 ล้านหยวน หรือราวๆ 55 ล้านบาท พร้อมกับชาวเน็ตจีนที่ต่างบอกว่าดูเรื่อง Niu Lai อาจจะเสียใจแค่ 80 นาที แต่ถ้าไม่ได้ดู อาจจะเสียใจตลอดชีวิต จนตอนนี้ชาวจีนก็ได้ต่างพากันเข้าไปดูเรื่อยๆ เพื่อพิสูจน์ความห่วยของมัน
และพอเรื่องนี้หลุดออกมาถึงโซเชียลโลก ก็โด่งดังเป็นพลุแตก ผู้คนต่างก็พากันขานรับถึงความห่วยห่วยบริสุทธิ์ที่ AI ไม่สามารถมอบให้ได้ ในยุคที่เต็มไปด้วยผลงาน AI ขยะมากมาย ถึงขั้นที่มีคนไปโจมตีชาวเน็ตรายหนึ่งที่ใช้ AI ทำฉากในเรื่อง Niu Lai ใหม่แบบ Scene by Scene ว่ากำลังทำลายความบริสุทธิ์ ในยุคที่ผู้คนกำลังโหยหาสิ่งที่ไม่ได้สร้างจาก AI
แต่ก็ใช่ว่าเรื่องนี้จะได้รับคำชมเสมอไป เพราะหนังสือพิมพ์ปักกิ่งนิวส์ ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลได้ออกมาเตือนว่า โรงภาพยนตร์มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียความไว้วางใจจากผู้ชม หากพวกเขายังคงลดมาตรฐานของตัวเองลงด้วยการเพิ่มรอบฉายให้กับ Niu Lai รวมถึงเรียกร้องให้โรงภาพยนตร์ทำหน้าที่เป็นด่านคัดกรองให้กับผู้ชม และปฏิเสธภาพยนตร์ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างชัดเจน แทนที่จะปล่อยให้ภาพยนตร์แบบเดียวกับ Niu Lai เข้ามาฉายในโรงแบบนี้
ซึ่งในมุมหนึ่งก็สามารถมองได้ว่าเป็นการปรามเหล่าโรงหนัง รวมถึงคนทำหนังในอนาคต ที่คิดจะใช้เคสแบบ Niu Lai เข้ามาผลิตซ้ำหนังห่วยอย่างตั้งใจ เพื่อฟันกำไรแบบง่ายๆ ด้วยกระแสโซเชียล จนฉุดรั้งการพัฒนาวงการหนังและแอนิเมชัน ของประเทศพวกเขาลง
แต่เคสของ Niu Lai น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งในเคสที่น่าสนใจ ที่หนังห่วยสามารถสร้างปรากฎการณ์ในการทำรายได้เทียบเคียงกับ Spider-Man: Brand New Day และ The Odyssey ของเสด็จพ่อโนแลน และขึ้นเป็น Cult Classic แห่งยุค ไม่แน่บางที ในอนาคตอาจมีผู้กำกับจีน ที่นำเรื่องราวการปรากฎการณ์ของ Niu Lai มาสร้างเป็นหนังรางวัล คล้ายๆ กับ The Disaster Artist หนังเข้าชิงออสการ์ที่นำเบื้องหลังของหนังห่วยในตำนาน The Room มาสร้าง ถึงตอนนั้นเราอาจจะมีหนังดีๆ ที่น่าดูอีกเรื่องก็เป็นได้นะครับ


