คนละ AI แล้วโว้ย!!! ทัวร์ลง Fortnite หลังประกาศคอลแลปกับ Kizuna AI VTuber ในตำนาน แต่คนเข้าใจผิดว่า Fortnite จะใช้ AI

กลายเป็นข่าวอีหยังวะแบบสุดๆ หลัง Fortnite เกม Battle Royale เจ้าพ่อนักคอลแลปที่ไปทัวร์ทุกสารทิศ ตั้งแต่ลิซ่ายันก๊อตซิลล่า ได้ประกาศความร่วมมือกับ Kizuna AI ผู้บุกเบิกวงการ VTuber ทำให้เกิดการบูมจนมี V
กลายเป็นข่าวอีหยังวะแบบสุดๆ หลัง Fortnite เกม Battle Royale เจ้าพ่อนักคอลแลปที่ไปทัวร์ทุกสารทิศ ตั้งแต่ลิซ่ายันก๊อตซิลล่า ได้ประกาศความร่วมมือกับ Kizuna AI ผู้บุกเบิกวงการ VTuber ทำให้เกิดการบูมจนมี VTuber หน้าใหม่เกิดขึ้นตามมานับหมื่นคน สร้างความตื่นเต้นไม่น้อยให้กับเหล่าแฟน ๆ ที่ติดตามเธอมาเป็นสิบปี ในขณะเดียวกันก็มีบางกลุ่ม ออกมาแซวขำๆ ว่า Fortnite กำลังจะใช้ AI เพราะชื่อเธอมีคำว่า AI อยู่ เรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย
แต่ทว่าดันมีบางกลุ่มที่เป็น Anti-AI โดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกที่ไม่ได้ตามวงการ VTuber ที่นอกจากจะไม่รู้จักเธอแล้ว ยังไม่เข้าใจว่า [การใช้ AI] ที่ว่าเป็นการแซวเอาฮา ส่งผลให้มีการรวมตัวของผู้เกลียด AI เข้าไส้ ที่เห็นแค่คำว่า AI ก็รีบตัดสินทันทีว่า Epic Games นำเทคโนโลยี Generative AI มาสร้างสกินหรือใช้ AI แทนคนทำงานศิลปะ จนเกิดกระแสแบนและทัวร์ลงในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นโพสต์โปรโมตหรือใน Reddit
ความเข้าใจผิดแบบตลกไม่ออกนี้ ก็ร้อนไปถึงเหล่าแฟนคลับ Kizuna Ai และชุมชน VTuber ต้องรีบออกมาอธิบายว่าเธอเดบิวต์ตั้งแต่ปี 2016 เก่าแก่กว่ากระแส Generative AI เสียอีก และการคอลแลปนี้คือการเชิดชู Icon ของวงการ ไม่ใช่การเอาบอทมาวาดรูปขาย จนถึงขั้นต้องมีคอมมูนิตี้โน้ตเพื่อขึ้นเตือนว่านี่เป็นการคอลแลปกับศิลปิน ไม่ใช่การใช้ AI
ความเข้าใจผิดแบบงงๆ นี้ เกิดขึ้นเพราะก่อนหน้านี้ Fortnite เพิ่งโดนโจมตีอย่างหนักเรื่องการใช้ AI ในเกม ทั้งจากคำพูดของ Tim Sweeney CEO ของ Epic Games เคยให้สัมภาษณ์ในเชิงว่าไม่จำเป็นต้องติดป้ายบอกว่างานไหนใช้ AI แถมพึ่งสนับสนุน Grok ของ Elon Musk ทำให้ผู้เล่นระแวงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับก่อนหน้านี้ก็มี Loading Screen Yeti ที่มีนิ้วเกินและดูเบลอผิดปกติ จนหลายคนมองว่าใช้ AI พอมี Kizuna "AI" โผล่มาในช่วงที่คนกำลังจ้องจับผิดเลยทำให้คนเข้าใจผิดไปกันใหญ่
ความกลัวที่กลายเป็นอคตินี้ ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า AI Witch Hunt เมื่อความกลัวเทคโนโลยีมาเจอกับวัฒนธรรมการด่าทอออนไลน์ ที่ขาดการตรวจสอบ ผลที่ได้มักจะเป็นความวุ่นวาย แม้มันจะเกิดเพื่อปกป้องศิลปิน แต่ความกลัวอย่างไร้เหตุผลก็ส่งผลกระทบให้กับศิลปินที่มีฝีมือจริง หลายคนถูกล่าแม่มดจนตัดสินใจปิดแอคเคาท์พร้อมกับเลิกวาดรูป หรือต้องเสียเวลาทำวิดีโอพิสูจน์ตัวเองทุกครั้งที่ลงผลงาน ทำให้เสียสุขภาพจิตและสูญเสียพื้นที่ปลอดภัยในการสร้างสรรค์ผลงาน
จะเห็นได้ว่ากระแส Anti-AI มีทั้งข้อดีคือการปกป้องผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือมนุษย์ แต่ก็มีข้อเสียคือความระแวงที่เกินพอดีจนไปทำร้ายคนที่ตั้งใจทำงานจริงๆ ความพอดีของการปกป้องศิลปิน และจริยธรรมการใช้ AI อย่างถูกต้องจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อาจจะต้องให้เวลาทุกคนที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ และก่อนจะกดส่งข้อความเพื่อกล่าวหาใคร ลองใช้เวลา 1 นาทีเช็คดูสักนิดว่า AI ที่เห็น คือ AI ที่แปลว่าบอท หรือ Ai ที่หมายถึงความรักกันแน่นะครับ


