แต่ค่ายเขาไม่ว่านะ ESA ชี้ว่า เซิร์ฟเวอร์คอมมูนิตี้ของ Minecraft ผิดกฎหมาย แต่แฟนเกมโต้ มันได้รับอนุญาตตั้งแต่แรก

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนอีกฟากฝั่งโลก สำหรับแคมเปญ Stop Killing Games ที่หลังจากที่ไม่สามารถผลักดันให้มันเป็นกฎหมาย Protect Our Games Act ทั้งในยุโรป และอเมริกา เพื่อคุ้มครองให้เกมประเภท Live Servic
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนอีกฟากฝั่งโลก สำหรับแคมเปญ Stop Killing Games ที่หลังจากที่ไม่สามารถผลักดันให้มันเป็นกฎหมาย Protect Our Games Act ทั้งในยุโรป และอเมริกา เพื่อคุ้มครองให้เกมประเภท Live Service ยังคงสามารถมอบประสบการณ์การเล่นตามที่แฟนๆ จ่ายเงินซื้อไป ไม่ว่าเกมนั้นจะถูกผู้พัฒนาสั่งปิดให้บริการไปแล้วหรือไม่ก็ตาม ซึ่งทาง Stop Killing Games ก็ยังไม่ย่อท้อ และจะพยายามผลักดันสิ่งนี้เป็นกฎหมายในซักวัน
ซึ่งในระหว่างการพิจารณาที่มีวุฒิสมาชิก รัฐ ประเทศ และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมหารือ สมาคมซอฟต์แวร์เอนเตอร์เทนเมนต์ หรือ ESA ต้องเข้าร่วมการพิจารณาครั้งนี้ด้วย และในระหว่างการพิจารณาคดีนั้น ESA ได้ออกมาระบุอย่างเป็นทางการว่าเซิร์ฟเวอร์คอมมูนิตี้ของ Minecraft และ Call of Duty เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
Jennifer Gibbons รองประธานฝ่ายกิจการรัฐบาลระดับรัฐ ของ ESA ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า “ในส่วนของเกม Minecraft ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์คอมมูนิตี้เหล่านั้นไม่ได้มีการใช้มาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับที่ Microsoft ใช้บนเซิร์ฟเวอร์ Minecraft ของตนเอง งั้นมันก็เหมือนกับตลาดมืดของวิดีโอเกมใช่ไหม?”
แน่นอนว่าความคิดเห็นนี้เป็นปัญหาแทบจะในทันที เพราะแฟนเกมจำนวนมากออกมาโต้แย้งคำกล่าวนั้น เพราะตามกฎการให้บริการของ Minecraft ระบุว่า [เมื่อคุณซื้อเกมของเรา นั่นหมายความว่าคุณสามารถดาวน์โหลด ติดตั้ง และเล่นเกมได้ สำหรับ Minecraft: Java Edition เวอร์ชันเซิร์ฟเวอร์ คุณสามารถติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์และโฮสต์สำหรับการเล่นออนไลน์ได้] ซึ่งแปลว่าเซิร์ฟเวอร์คอมมูนิตี้นั้นได้รับอนุญาตและถูกระบุไว้ในเงื่อนไขผู้ใช้งานมาตั้งแต่แรก ข้ออ้างของ ESA จึงทำให้ชาวเกมมองว่าคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นล็อบบี้ยิสต์ปกป้องผลประโยชน์ให้ค่ายเกมใหญ่ๆ ที่พยายามเบี่ยงประเด็นเรื่องต้นทุน และปัดตกข้อกฎหมายนี้ โดยไม่ได้ทำการบ้านมาดีพอ
อย่างไรก็ดี สิ่งนี้อาจสามารถมองได้ว่าเป็นเพียงการมองกันต่างมุมระหว่างคนเล่นเกม และเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากฝั่งของ ESA มองในมุมของข้อกฎหมายแบบตรงตามตัวอักษร และด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยไม่ได้สนใจหรือคำนึงถึงกลุ่มคนเล่น หรือฝั่งของ Microsoft ว่าเป็นการได้ประโยชน์แบบ Win-Win ของทั้งสองฝ่ายที่ ESA อาจไม่เข้าใจถึงระบบนิเวศน์แบบพึ่งพากันของวงการเกม และผู้พัฒนาเต็มใจมอบอิสระให้ผู้เล่นโดยไม่ต้องให้หน่วยงานใดมาตั้งกรอบ ซึ่งแม้จะวิจารณ์ว่าเซิร์ฟเวอร์ของแฟนเกมเป็นเซิร์ฟเวอร์เถื่อนแค่ไหน พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เนื่องจากการดำเนินคดีนี้ Microsoft เป็นผู้ที่มีสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว
ส่วนฝั่งของ Stop Killing Games ก็ได้ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายเวอร์ชันอื่นๆ ในสภานิติบัญญัติของรัฐอื่นๆ และพิจารณาที่จะผลักดันในระดับรัฐบาลกลางอย่างจริงจังต่อไป ซึ่งพวกเราก็หวังว่าสิ่งนี้จะสำเร็จในอนาคต เพื่อชาวเกมทั่วโลกต่อไป


