Comiket สะพัดกว่า 7,500 ล้านเยน พร้อมฉลอง 50 ปี ด้วยยอดผู้เข้าร่วมกว่า 300,000 คนทั่วโลก

ปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อย สำหรับอีเวนต์โดจินเซอร์เคิล และ Pop Culture ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Comiket ครั้งที่ 107 ณ Tokyo Big Sight เมื่อวันที่ 30 - 31 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยทั้งสองวัน มีผู้เข้าร่วมราว
ปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อย สำหรับอีเวนต์โดจินเซอร์เคิล และ Pop Culture ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Comiket ครั้งที่ 107 ณ Tokyo Big Sight เมื่อวันที่ 30 - 31 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยทั้งสองวัน มีผู้เข้าร่วมราว 300,000 คน ซึ่งมากที่สุดในยุคหลัง Covid และนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าจะมีรายได้สะพัด เฉพาะแค่การใช้จ่ายภายในงาน สูงถึง 7,500 ล้านเยน หรือราว ๆ ประมาณ 1,800 ล้านบาท เลยทีเดียว
แม้ในปีนี้จะมีการปิดปรับปรุง East Hall 1-3 จนต้องลดจำนวนบูธที่เข้าร่วมลง แต่ก็มีเหล่าศิลปินทั่วโลกรวมถึงไทย และบริษัทต่าง ๆ ตบเท้าเข้าร่วมอีเวนต์สำคัญครั้งนี้ มากถึง 23,700 บูธ โดยไฮไลต์เด็ดเป็นการต่อสู้ของสามเกมมือถือชื่อดัง อย่าง Blue Archive, Goddess of Victory: Nikke และ Brown Dust 2 ที่แข่งกันทั้งด้านผลงานโดจินของแฟน ๆ และคอสเพลย์แบบจัดเต็ม จนเรียกได้ว่ากินกันไม่ลง ในขณะเดียวกัน Wuthering Waves ก็ส่งมาสคอตสุดมีมของตัวเอง มาแย่งซีนสร้างสีสันให้กับงานอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีคนดังมากมายที่ตบเท้าเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นการกลับมา Comiket ในรอบ 6 ปีของ Enako ที่คอสเป็น Ririsa จาก 2.5 Dimensional Seduction จนเปลี่ยนจากวงบอส เป็นถนนบอสทอดยาวสุดลูกหูลูกตา , คุณ Matsuda Satoshi ผู้รับบท Kamen Rider Knight ที่ก็มาพบปะแฟน ๆ Rider เป็นประจำ ,Han Jeong-Hyun CEO สุดมีม เจ้าของเกม Trickcal: Chibi Go ที่ไม่รู้แกมาโปรโมตเกม หรือมาให้แฟน ๆ แกล้งกันแน่ และบุคคลสำคัญของวงการอย่าง อ.Akamatsu Ken ผู้แต่ง Love Hina และ Negima ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สว.ของญี่ปุ่น และคอยช่วยผลักดันเพื่อสนับสนุนผลงานของเหล่าศิลปินญี่ปุ่น ก็ได้เข้าร่วม และขายผลงานในครั้งนี้ด้วย
โดยปีนี้ก็เป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของงาน Comiket หลังจากจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1975 โดยมีผู้เข้าร่วมจาก 76 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากเรื่องความรักใน Pop Culture และค่าเงินเยนที่ยังอยู่ในระดับที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่าย คณะกรรมการจัดงานได้เพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกสำหรับชาวต่างชาติมากขึ้น เช่น เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ และระบบการซื้อตั๋วล่วงหน้าผ่าน eplus สำหรับต่างชาติโดยเฉพาะ ทำให้นักท่องเที่ยวสายอนิเมะจากทั่วโลก ต่างหลั่งไหลเข้ามามากกว่าปีที่ผ่านๆ มา
Comiket จึงไม่ใช่แค่งานขายโดจิน แต่มันคือเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Pop Culture ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลก ในขณะเดียวกันก็เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่เหล่าโอตาคุต้องการไปแสวงบุญซักครั้ง ซึ่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงงาน Comiket 108 ในฤดูร้อนปีนี้ โดยจะมีโปรเจกต์พิเศษร่วมกับสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ อย่าง Kadokawa และ Aniplex เพราะงั้นเหล่าโอตาคุทั้งหลาย เตรียมตัวกันให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งหน้าหละครับ


