มันไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนัง Ben Starr นักพากย์ผู้รับบทใน Expedition 33 กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าการเอาเกมไปทำหนัง ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้ วิดีโอเกมถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และซีรีส์บ่อยกว่าแต่ก่อนมาก แถมหลายเรื่องก็มีคุณภาพ ทำรายได้หลักร้อยล้านพันล้านเหรียญ จนถึงขั้นถูกสร้างภาคต่อ สร้างภาคแยก และเปิดโอกาสให้อีกห
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้ วิดีโอเกมถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และซีรีส์บ่อยกว่าแต่ก่อนมาก แถมหลายเรื่องก็มีคุณภาพ ทำรายได้หลักร้อยล้านพันล้านเหรียญ จนถึงขั้นถูกสร้างภาคต่อ สร้างภาคแยก และเปิดโอกาสให้อีกหลายเกมได้เจริญรอยตามกันมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะมีคนที่พอใจกับทิศทางนี้
Ben Starr นักพากย์และนักแสดงเจ้าของบท Verso ใน Clair Obscur: Expedition 33 ได้ให้สัมภาษณ์กับช่อง Destin ถึงการนำเกมไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงอย่างตรงไปตรงมา ว่าสิ่งนี้ไม่ได้จำเป็นเลย เกมมีคุณค่าในฐานะงานศิลปะด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว และในขณะเดียวกันก็สับฮอลลีวูด ที่พยายามหยิบเกมมาทำเป็นหนัง ว่าเป็นเพียงการหา IP ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วมาปั๊มคอนเทนต์ป้อนลงสตรีมมิ่งทำกำไร เพราะกำลังหมดมุกจากการนำ Comic มาสร้างเป็นภาพยนตร์
"ผมว่ามันไม่มีความจำเป็นเลยนะ เพราะเรื่องราวในวิดีโอเกมไม่จำเป็นต้องอาศัยการถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หรือทีวีซีรีส์ เพื่อให้คนมายอมรับหรือชื่นชมว่ามันเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่ง เรื่องราวในเกมมีความพิเศษในตัวมันเองอยู่แล้ว จากวิธีการเล่าเรื่องที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นวิดีโอเกมโดยเฉพาะ
อุตสาหกรรมทีวีและภาพยนตร์ในตอนนี้กำลังไล่ล่าหา IP เพื่อเอามาเติมเต็มแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเอง และใช้เป็นข้ออ้างในการขึ้นราคาค่าสมาชิก ตอนนี้พวกเขากำลังหมดมุกกับหนังสือการ์ตูน ที่จะเอามาทำแล้ว ก็เลยหันมาไล่สูบจากวิดีโอเกมแทน ผมว่าสิ่งนี้มันคือการปั๊มคอนเทนต์ชัดๆ และเมื่อไหร่ก็ตามที่แฟรนไชส์เกมเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปสร้างด้วยความเคารพต่อต้นฉบับอย่างแท้จริง มันก็จะกลายเป็นแค่ผลงานที่ไร้จิตวิญญาณ"
อย่างไรก็ตาม คำพูดของ Ben อาจไม่ผิดนัก เพราะในปัจจุบันแม้หนังจากเกมจะประสบความสำเร็จ แต่เราก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นเพราะหนังดี เพราะสำหรับหลายๆ เรื่องที่เจ้าของเกมไม่ได้ลงมาทำเอง สาเหตุที่มันประสบความสำเร็จ คือการสร้างประสบการณ์และสร้างความรู้สึกของการเฉลิมฉลองของแฟนๆ เสียมากกว่า หลายๆ เรื่องยังคงติดหล่มของการพยายามยัดเอา Element ต่างๆ ในเกมเพื่อให้รู้สึกว่านี่ไง มีสิ่งที่อยู่เกมแล้ว ที่คือหนังจากเกมแล้ว โดยที่ผู้สร้างไม่เข้าใจว่าทำไมจุดนี้ถึงเท่ จุดนี้แฟนๆ ชอบ หรือเข้าใจแก่นของเกมนั้น ซึ่งนี่ยังไม่รวมความพยายามในการยัด Agenda เข้ามาในเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องเพศ หรือเชื้อชาติ และเชื่อว่ามันดีโดยไม่ถามว่าใครต้องการ
เราเชื่อว่าการนำเกมมาสร้างเป็นหนัง สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ผู้สร้างสามารถจับแก่นของเรื่องได้ มากกว่าการยัดอะไรที่อยู่ในเกมเข้ามา ซึ่งหวังว่าผู้สร้างหนังจะสามารถจับจุดตรงนี้ได้ ก่อนที่มนตร์เสน่ห์ของหนังจากเกม จะเป็นได้แค่การเรียกแฟนๆ มาร่วมฉลองเท่านั้นนะครับ


