Skip to content
คอมมูนิตี้และไวรัล

แค่แบนคงไม่พอ ทีมวิจัยจากเนเธอร์แลนด์เผยว่าจำเป็นต้องมีกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ให้กับผู้ถูกก่อกวนในเกม

โดย Zick
ภาพประกอบข่าว แค่แบนคงไม่พอ ทีมวิจัยจากเนเธอร์แลนด์เผยว่าจำเป็นต้องมีกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ให้กับผู้ถูกก่อกวนในเกม

เวลาที่เราเจอผู้เล่นป่วนในเกม ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมโกง การพิมพ์แชทเข้ามาด่าทอ หรือการพยายามเล่นเพื่อขัดขาให้ฝ่ายตัวเองแพ้ในยามที่ตัวเองไม่พอใจ เราก็มักจะเห็นการแก้ปัญหา ด้วยการแบนผู้เล่นเหล่านั้นอ

เวลาที่เราเจอผู้เล่นป่วนในเกม ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมโกง การพิมพ์แชทเข้ามาด่าทอ หรือการพยายามเล่นเพื่อขัดขาให้ฝ่ายตัวเองแพ้ในยามที่ตัวเองไม่พอใจ เราก็มักจะเห็นการแก้ปัญหา ด้วยการแบนผู้เล่นเหล่านั้นออกไปจากเกม แม้จะดูเป็นมาตรการที่เด็ดขาด แต่คำถามที่ตามมาคือมันได้ผลจริงหรือ และผู้ที่ต้องเสียเวลาและความรู้สึกจากการถูกคนเหล่านี้ป่วน ได้อะไรชดเชยบ้างนอกจาก Pop-Up ของระบบเพื่อบอกว่าผู้เล่นคนนั้นถูกแบนไปแล้ว

คำถามนี้สะดุดตากลุ่มนักวิจัยจาก University of Twente ของเนเธอร์แลนด์แดนกังหันลม นำโดย Jiska Jonas-van Dijk โดยพวกเขาได้พบว่าพฤติกรรม Toxic กลายเป็นปัญหาที่รุนแรงอย่างมาก มีเกมเมอร์ถึงราวๆ 75–85% ระบุว่าเคยตกเป็นเหยื่อหรือพบเห็นการล่วงละเมิดทางออนไลน์ แถมการรับมือของแพลตฟอร์มเกมในปัจจุบันยังคงลงโทษ ด้วยการแบนชั่วคราวหรือถาวร ซึ่งไม่สามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้อย่างแท้จริง และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อได้ ต่อให้แบนไปในระดับ IP หรือ HWID คนกลุ่มนี้ก็จะเปลี่ยนเครื่อง สมัคร ID แล้วก็กลับมาป่วนเหยื่อรายใหม่อยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ทีมวิจัยจึงหันมาให้ความสนใจกับกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ซึ่งยังไม่ค่อยถูกนำมาพิจารณาในแวดวงเกมออนไลน์มากนัก โดยเน้นการหาความเป็นไปได้ในการนำแนวทางที่ให้ความสำคัญกับการพูดคุย การแสดงความรับผิดชอบ และการเยียวยาความเสียหายรวมถึงความสัมพันธ์ มาปรับใช้ในสภาพแวดล้อมของเกมออนไลน์ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้แสดงความรับผิดชอบและฟื้นฟูความสัมพันธ์

แต่แม้จะเป็นอย่างนั้นทีมวิจัยมองว่ากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ควรนำมาใช้เป็นส่วนเสริม ไม่ใช่การนำมาแทนที่ระบบจัดการแบบเดิมทั้งหมด โดยได้ยกตัวอย่างเกมหมาๆ ที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง League of Legends ที่มีความเข้มงวดสูง ระดับที่โดนแบนกันเป็นว่าเล่นทั้งการพิมพ์แชทหรือแม้แต่โกงเกมก็ตาม แถมมีการคืนแต้มให้กับผู้เล่นที่โดนพฤติกรรมก่อกวนด้วย ซึ่งการลงโทษในรูปแบบนี้ ยังคงเห็นผลกว่าในเชิงรูปธรรม แต่ก็ต้องการแนวทางเพิ่มเติม เพื่อจัดการกับปัญหานี้

อย่างไรก็ดี ในเชิงของกฎหมาย การโกงเกมอาจจะสามารถฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนจากผู้ใช้โปรแกรมโกง หรือผู้สร้างโปรแกรมเหล่านั้นได้ แต่ในกรณีของการพิมพ์ข้อความ Toxic ถือเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าใช้จ่ายและเวลา ทำอย่างมากได้แค่แบน หรือจำกัดลงไปใน Low Priority แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะลอยนวล เพราะบริษัทเกมก็สามารถให้ความร่วมมือกับเจ้าทุกข์ ในการมอบหลักฐานเพื่อส่งฟ้องหมิ่นประมาทต่อไป ดังนั้นแล้วจะพิมพ์อะไรในเกม อยากให้คิดสักนิดว่าหลังจอคอม ก็คนเหมือนกันนะครับ

https://automaton-media.com/articles/newsjp/20260707-453531/


ข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบข่าว เล่นเกมนี่ยากเน๊อะ ยุโรปกำลังจะนำเสนอร่างกฎหมาย EU Kids Act ต่อสภาในวันที่ 17 กันยายน ที่ทำให้เกมเมอร์ต้องยืนยันอายุก่อนเล่น
ธุรกิจและอุตสาหกรรมเกม

เล่นเกมนี่ยากเน๊อะ ยุโรปกำลังจะนำเสนอร่างกฎหมาย EU Kids Act ต่อสภาในวันที่ 17 กันยายน ที่ทำให้เกมเมอร์ต้องยืนยันอายุก่อนเล่น

ยุโรปเตรียมเสนอร่างกฎหมาย EU Kids Act ในวันที่ 17 กันยายนนี้ บังคับยืนยันอายุบนแพลตฟอร์มออนไลน์รวมถึงเกมอย่าง Steam เพื่อปกป้องเยาวชน

ภาพประกอบข่าว ปิดตำนานอย่างเจ็บปวด อ.โยชิกิ ทาคายะ ผู้แต่ง Guyver ได้เผยในแผ่น Blu-ray ว่าป่วยภาวะสมองขาดเลือด จนต้องวางมือจากการเขียนมังงะ
อนิเมะและมังงะ

ปิดตำนานอย่างเจ็บปวด อ.โยชิกิ ทาคายะ ผู้แต่ง Guyver ได้เผยในแผ่น Blu-ray ว่าป่วยภาวะสมองขาดเลือด จนต้องวางมือจากการเขียนมังงะ

อ.โยชิกิ ทาคายะ ผู้แต่ง Guyver เผยผ่านแผ่น Blu-ray ว่าป่วยภาวะสมองขาดเลือดจนร่างกายซีกขวาเป็นอัมพาต ส่งผลให้ต้องยุติการเขียนมังงะและปล่อยให้เรื่องค้างคาอย่างน่าเศร้า

ภาพประกอบข่าว ลาก่อน Ani-Chan Grok ยุติความร่วมมือกับ Animates ทำให้ตัวละครทุกตัวจะย้ายไปอยู่ที่นั่น แต่ความทรงจำจะไม่ย้ายตามไปด้วย
ฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีเกม

ลาก่อน Ani-Chan Grok ยุติความร่วมมือกับ Animates ทำให้ตัวละครทุกตัวจะย้ายไปอยู่ที่นั่น แต่ความทรงจำจะไม่ย้ายตามไปด้วย

Grok ยุติความร่วมมือกับ Animates ส่งผลให้อนิเมะสาว Ani-Chan ต้องย้ายไปแอปใหม่ โดยไม่สามารถนำความทรงจำเดิมติดตัวไปด้วยได้ ทำเอาผู้ใช้งานสุดเศร้า