อวสารเมดคาเฟ่ คอนเซปต์คาเฟ่ในอากิฮาบาระเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ กว่า 200 ร้าน แทนที่เมดคาเฟ่ที่เหลือไม่ถึง 30 ร้าน

อากิฮาบาระน่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ ที่แฟนๆ อนิเมะคุ้นเคยกันดีว่านี่คือดินแดนของเหล่าโอตาคุ ตลอดกว่า 30 ปีตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนอกจากการเป็นแหล่งช้อปปิ้งอนิเมะและของสะสมที่แฟนๆ คุ้นเคย รวมไป
อากิฮาบาระน่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ ที่แฟนๆ อนิเมะคุ้นเคยกันดีว่านี่คือดินแดนของเหล่าโอตาคุ ตลอดกว่า 30 ปีตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนอกจากการเป็นแหล่งช้อปปิ้งอนิเมะและของสะสมที่แฟนๆ คุ้นเคย รวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางเกมเซนเตอร์ของเหล่าฝูงลิง เมดคาเฟ่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทุกคนจะนึกถึงเมืองแห่งนี้
แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้อาจจะกำลังจะกลายเป็นอดีต
คาซึยูกิ โคเอนุมะ นักข่าวจาก Livedoor News ได้เขียนบทความของอุตสาหกรรมเมดคาเฟ่ในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป จากที่เคยมีมากกว่า 100 ร้านในปี 2011 แต่ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 30 ร้านแล้ว ซึ่งถูกแทนที่ด้วยคอนเซปต์คาเฟ่ มากกว่า 200 ร้าน หลากหลายธีม เช่นไอดอล ปีศาจ หรือแม่มด ซึ่งแม้ร้านเหล่านี้จะใช้ชื่อว่าคาเฟ่ แต่รูปแบบธุรกิจมักใกล้เคียงกับบาร์ ที่มีพนักงานหญิงคอยให้บริการและเสิร์ฟแอลกอฮอล์ ซึ่งเมดคาเฟ่หลายร้านเองก็เริ่มดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกับบาร์เช่นกัน
คุณคาซึยูกิยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การผุดขึ้นของคอนเซปต์คาเฟ่ทำให้อากิฮาบาระเริ่มมีสภาพที่ไม่ต่างจากย่านเริงรมย์อย่างคาบุกิโจ ทุกร้านต่างพากันออกมาแย่งลูกค้า สาวๆ จากคาเฟ่เหล่านี้ออกมายืนรอลากลูกค้า แม้จะมีกฎห้ามแต่ก็ใช้การแจกใบปลิวบังหน้า บางครั้งก็ใช้พนักงานชายเพื่อช่วยพาลูกค้าเข้าร้าน ให้ความรู้สึกที่ถูกคุกคาม ไม่ปลอดภัย และมีความกึ่งมาเฟียขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนเกิร์ลส์บาร์ที่ขายการพูดคุยกับสาวๆ และหลอกฟันลูกค้าหัวแบะ แถมยังมีข่าวการบุกจับคาเฟ่เหล่านี้ ด้วยข้อหาเปิดสถานบันเทิงไม่มีใบอนุญาตหรือใช้แรงงานเด็กอยู่เรื่อยๆ
อย่างไรก็ดี คุณคาซึยูกิก็ได้บอกว่าการมองว่าคอนเซปต์คาเฟ่เป็นสิ่งที่แย่ และเมดคาเฟ่เป็นสิ่งที่ดีอาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะเมดคาเฟ่ก็เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง และมีปัญหาในเรื่องนี้ไม่ต่างกัน จะบอกว่าเมดคาเฟ่และคอนเซปต์คาเฟ่ต่างกันแค่เสื้อผ้าก็ไม่ผิดนัก หรือจะมองว่าร้านเมดคาเฟ่เปลื่ยนเป็นคอนเซปต์คาเฟ่ก็อาจจะใช่ แถมการละเมิดกฎกันเป็นว่าเล่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ลับให้ลูกค้าเปย์หนักมากขึ้น, การขายเชกิซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายสถานบริการ, การหลับตาข้างหนึ่งเพราะเป็นตัว Top ของร้าน, เหตุการณ์เธอไปกับ Top Donate รวมถึงการแฉขัดขากันเองของเพื่อนร่วมงาน ก็เห็นได้เรื่อยๆ จนทำให้ภาพลักษณ์ของเมดคาเฟ่ อาจไม่ได้สวยงามนุ่มฟูอย่างที่ใครหลายคนจินตนาการไว้
ด้วยการแข่งขันที่สูงลิ่ว ทำให้เกิดความเครียดในหมู่คนทำงาน จนต่อปีมีคนลาออกนับร้อยนับพัน แต่การที่เหล่าโอตาคุยังคงเลือกใช้สาวๆ คาเฟ่เป็นจุดใช้เงินสำคัญของพวกเขา ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ยังคงมีอยู่ และมีคนใหม่ๆ เข้ามาอยู่เสมอ ดังนั้นสิ่งที่เคยถูกล้อเลียนใน Akiba Maid War ที่เหล่าเมดฆ่าฟันกันราวกับยากุซ่า จึงอาจเป็นการเสียดสีสังคมเมดที่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงนัก
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือวัฒนธรรมโมเอะกำลังจะเลือนหายไป ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังกลายเป็นเรื่องของเงินทองมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่กับอากิฮาบาระ หรือแค่ในญี่ปุ่น แต่เป็นทุกธุรกิจที่ใช้ความสวยงามเป็นเหยื่อล่อ สิ่งที่เหล่าโอตาคุต้องทำใจและรับให้ได้ก็คือ สิ่งนี้อาจเป็นธุรกิจกลางคืนอีกรูปแบบหนึ่ง และเบื้องลึกเบื้องหลังมันอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด แม้จะเชื่อว่าส่วนมากทำด้วยใจรัก แต่โลกธุรกิจบีบให้ทุกคนต้องแข่งขันและเอาชีวิตรอด มันไม่ผิดที่พวกเธอจะทำเช่นนั้น เผื่อใจไว้หน่อยก็ดี รักแท้ในคืนหลอกลวงอาจมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเจอมันได้นะครับ


