Artists Outraged as X Launches AI Feature Allowing Users to Edit Anyone's Images

X has introduced a Grok AI feature letting users edit any image on their feed, prompting severe backlash from artists and driving many to switch platforms.
ดูเหมือนว่าสงครามระหว่างศิลปินกับ AI จะยังไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อล่าสุดแพลตฟอร์ม X ของ พ่อยอดชาย Elon Musk ได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ให้ Grok ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหยิบรูปภาพของใครก็ได้ในหน้าฟีต มาสั่งแก้ไขด้วย AI พร้อมสร้างเป็นภาพใหม่ได้ทันที แถมยังมี Spicy Mode สำหรับสมาชิก Premium และ Premium+ ที่ชูจุดเด่นเรื่องการสร้างเนื้อหาที่ล่อแหลม พร้อมเสรีภาพในการสร้างผลงาน แต่ X จะยืนยันว่ามีระบบป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายหรือการทำ Deepfake อย่างแน่นอน
การอัปเดตนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าศิลปินใน X เป็นอย่างมาก เพราะเดิมทีพวกเขาก็ต้องรับมือกับการถูกนำภาพไปฝึก AI เพื่อมาแย่งงานตัวเองอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาเจอเหล่า AI Bro นำผลงานไปแก้ไขด้วย AI ตามใจชอบโดยไม่ได้ร้องขอ ฟีเจอร์นี้เลยเหมือนยิ่งเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลง จนศิลปินหลายคนตัดสินใจย้ายไปใช้แพลตฟอร์มอื่นอย่าง BlueSky หรือ Cara ที่มีนโยบายป้องกัน AI ชัดเจนกว่า ถึงแม้ว่าใน X จะสามารถตั้งค่าปิดไม่ให้คนอื่นนำภาพไปแก้ไขได้ แต่การที่มันถูกเปิดเป็นค่าเริ่มต้น ก็ไม่ทำให้เหล่าศิลปินรู้สึกพอใจแต่อย่างใด โดยเฉพาะ BOICHI ผู้วาด Dr. Stone ที่ออกมาประกาศว่าจะหยุดโพสต์ภาพประกอบอนิเมะและมังงะของเขาบน X เนื่องจากฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่งนำมาใช้
ในขณะเดียวกัน หลายฝ่ายก็เริ่มตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของ Spicy Mode ที่เปิดให้สร้างเนื้อหาล่อแหลมได้ แม้ X จะบอกว่ามีระบบคัดกรอง แต่นักวิชาการและกลุ่มสิทธิมนุษยชนมองว่ามันจะยิ่งทำให้เกิดการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการแพร่กระจายข้อมูลเท็จที่เนียนจนแยกไม่ออก จนมีการเตือนกันว่าไม่ควรลงรูปตัวเองใน X ช่วงนี้ เพราะเสี่ยงจะถูกนำไปสร้างเป็นภาพลามกอนาจาร และมีการเรียกร้องให้หน่วยงานในยุโรปและสหรัฐฯ เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของ Grok อย่างเร่งด่วน
สงครามระหว่างนักวาดและ AI เป็นสิ่งที่ถูกถกเถียงอย่างมากในสังคมยุคปัจจุบัน และไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่าย ๆ ทั้งในเรื่องที่ผู้พัฒนาอ้างว่า AI แค่เรียนรู้การวาดภาพ เหมือนมนุษย์ที่ก็ต้องดูตัวอย่างเพื่อวาดภาพเช่นกัน หรือการที่ศิลปินรู้สึกว่าถูกมัดมือชกจนต้องหาวิธีโต้กลับด้วยการใส่โค้ดในภาพเพื่อทำให้ AI ประมวลผลผิดพลาด รวมถึงการผลักดันกฎหมายเพื่อให้ผู้พัฒนา AI ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
ซึ่งสุดท้ายเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานไปแล้ว และมันช่วยทั้งด้านความแม่นยำ และการย่นระยะเวลาในการทำงานได้จริง แต่สิ่งที่ต้องมองต่อคือขอบเขตที่เหมาะสม ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ ความยินยอมจากเจ้าของงาน และความโปร่งใสในการระบุว่างานชิ้นไหนสร้างโดยมนุษย์หรือใช้ AI ช่วยมากน้อยแค่ไหน จริยธรรมการใช้ AI จึงถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายเพื่อหวังให้เกิดขอบเขตในการใช้งาน รวมถึงการตระหนักรู้ในการใช้ AI
สำหรับประเทศไทยเอง แม้จะติดอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีมุมมองบวกต่อ AI แต่รัฐบาลก็กำลังเร่งผลักดัน พ.ร.บ. ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อมาควบคุมการใช้งานอย่างมีจริยธรรม โดยเฉพาะการคุ้มครองผู้บริโภคและการป้องกัน Deepfake ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ต้องการให้ภาพถูกนำไปใช้ พวกเราก็ขอแนะนำให้ เช็กการตั้งค่า Privacy ในบัญชีตัวเอง เพื่อปิดฟิเจอร์นี้ และคงต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคต เทคโนโลยีและโลกของงานศิลปะจะหาจุดลงตัวร่วมกันในทิศทางไหน


