Russia Approves Over $130 Million to Fund Its Own Call of Duty Alternative

Russia has allocated $130 million to develop a domestic Call of Duty-style game to counter the frequent portrayal of Russians as villains in Western shooters.
ถ้าพูดถึงตัวร้าย ในเกมแนวทหาร อย่าง Call of Duty, Battlefield หรือ Tom Clancy’s กลุ่มรัสเซียหัวรุนแรง น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม ไม่แพ้ผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง ผู้นำเผด็จการละตินอเมริกา ซึ่งถึงแม้ทั่วโลกจะสนุกสนานกับการออกปราบปรามเหล่าร้ายในเกม แต่แน่นอนว่ารัฐบาลรัสเซียย่อมไม่พอใจ กับการที่คนในชาติของเขาต้องเป็นตัวร้ายในเกมเมกัน พวกเขาจึงประกาศ เตรียมสร้าง Call of Duty ในสไตล์ของตัวเอง
โปรเจคยักษ์ใหญ่นี้ เริ่มจาก Mikhail Delyagin รองประธานสภาดูม่า ที่ออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเกม Call of Duty สร้างภาพจำให้ทหารอเมริกาเป็นตัวเอก และรัสเซียเป็นผู้ร้ายเสมอ และเสนอว่ารัสเซียควรมีเกมระดับเดียวกันที่เล่าเรื่องในมุมของตัวเอง ซึ่งกระทรวงดิจิทัลของรัสเซียได้รับลูกเรื่องนี้ โดยเตรียมงบไว้สูงถึง 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,500 ล้านบาท) เพื่อมอบให้กับสตูดิโอเกมในประเทศที่สามารถเสนอโปรเจกต์เกมยิงฟอร์มยักษ์ในธีมทหารได้ แถมยังลดหย่อนภาษี และการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานให้กับทีมพัฒนาที่เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย
ทางการรัสเซียมองว่าเกมตะวันตก โดยเฉพาะซีรีส์ Call of Duty มักสร้างภาพจำให้ทหารรัสเซียหรือตัวละครรัสเซียเป็นผู้ร้าย หรือผู้ก่อการร้ายเสมอ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการสร้างความเกลียดชังต่อชาวรัสเซีย และเป็นการบิดเบือนภาพลักษณ์ประเทศ เป้าหมายของโครงการนี้คือการใช้ Soft Power ผ่านวิดีโอเกม เพื่อเล่าเรื่องราวในมุมมองของฝั่งรัสเซียเอง และปลูกฝังความรักชาติให้กับคนรุ่นใหม่
นี่ถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของรัสเซียในการใช้เกม เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางวัฒนธรรม การจะสร้างเกมให้เทียบชั้น Call of Duty นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Activision ใช้เวลาหลายสิบปีและทีมงานนับพันคนในการขัดเกลาทั้งกราฟิกและระบบ Gameplay อีกทั้งรัสเซียเองก็มีความพยายามที่จะสร้าง Game Engine และเครื่องคอนโซลของตัวเองขึ้นมาด้วย เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากตะวันตก ซึ่งต้องรอดูกันว่าคุณภาพจะออกมาในระดับใด
ซึ่งพวกเราก็เข้าใจได้ที่รัฐบาลรัสเซียจะรู้สึกไม่พอใจเช่นนั้น เพราะว่ากันตามจริงไม่มีใครที่อยากถูกมองเป็นตัวร้ายในสายตาคนอื่นถึงผู้พัฒนาจะพยายามเลี่ยงไปใช้ตัวร้ายเป็นทหารรับจ้าง PMC เพื่อลดดราม่าการเมือง แต่สุดท้ายเกมเมอร์ก็ยังโหยหาความมันส์ของการรบแบบชาติชนชาติอยู่ดี ซึ่งนี่อาจจะเป็นช่องว่างที่รัสเซียมองเห็นและอยากจะแทรกเข้ามา
ถือเป็นหนึ่งข่าวที่น่าสนใจในการพัฒนาเกม แล้วคุณหละ คิดว่าเกมนี้จะสามารถสร้างอิมแพ็คให้วงการเกม หรือสุดท้ายก็เป็นเพียง Propaganda แฝงความบันเทิง อีกชิ้นเท่านั้น ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป


