Skip to content
Anime & Manga

CloverWorks Reports Rising Net Loss of 38 Million Yen Over the Past Two Years

by Zick
Cover image for CloverWorks Reports Rising Net Loss of 38 Million Yen Over the Past Two Years

Despite producing major hits like Spy x Family and Wind Breaker, anime studio CloverWorks reported consecutive annual net losses rising to 38 million yen.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสตูดิโออนิเมะที่สร้างผลงานน้ำดีออกมามากมายจริงๆ สำหรับ CloverWorks เจ้าของผลงานอนิเมะชื่อดัง โดยเฉพาะในสองสามปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นปีทองของพวกเขาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น Wind Breaker, นายน้อยจอมโกย ก้าวสู่เส้นทางแห่งวีรบุรุษ, My Dress-Up Darling, Spy x Family และดอกรักผลิบานที่กลางใจ แต่ขนาดมีผลงานดีๆ แบบนี้ พวกเขาก็ยังประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนน่าเป็นห่วงไม่น้อย

GameBiz เว็บไซต์สำนักข่าวออนไลน์ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมเกมและอนิเมะ ก็ได้รายงานว่า CloverWorks มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 38 ล้านเยน หรือราวๆ 7.7 ล้านบาท นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ทางสตูดิโอประสบภาวะขาดทุนสุทธิ โดยมีส่วนต่างการขาดทุนที่กว้างขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้าที่ขาดทุนไป 24 ล้านเยน เพิ่มขึ้นถึง 12 ล้านเยน

liu บุคคลวงในของอุตสาหกรรมอนิเมะญี่ปุ่นได้ให้ความเห็นบน X ของเขาว่านี่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการผลิตอนิเมะ ซึ่งไม่ควรมองข้ามหรือพิจารณาแค่เพียงผิวเผิน เนื่องจากเมื่อดูผลประกอบการอื่นๆ ควบคู่ไป Sony Group Corporation สามารถทำกำไรได้ถึง 446.9 พันล้านเยน แถมแค่เฉพาะ Aniplex อย่างเดียวก็ฟันกำไรไปกว่า 39 พันล้านเยน ซึ่งนี้เป็นปัญหาจากการที่ CloverWorks ถูกจับไปวางไว้ในระบบที่บริษัทแม่ผู้ผูกขาดรายได้จากลิขสิทธิ์และผลกำไรอื่นๆ ทั้งหมด ในขณะที่ตัวสตูดิโอเองกลายเป็นผู้รับต้นทุนในทางตัวเลขทางบัญชี และถูกกดให้อยู่ในสภาพเหมือนเป็นเพียงโรงงาน ที่ทำรายได้แค่พอคุ้มทุน แค่พอเลี้ยงพนักงานไปวันๆ

ซึ่งปัญหานี้ แม้จะไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานขนาดนั้น เพราะ CloverWorks ก็ยังได้รับหน้าที่รับผิดชอบในการผลิตอนิเมะดังๆ มากมาย แถมมี Sony และ Aniplex คอยเป็นแหล่งทุนให้อยู่ตลอด ไม่มีทางล้มไปไหนง่ายๆ และพร้อมกลับมากำไรได้เสมอ แต่การปล่อยไว้ก็เป็นการบั่นทอนความเป็นอิสระของตัวสตูดิโอเอง และตัวคนทำงานด้วย

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือในปัจจุบัน สตูดิโอหลายแห่งเช่น MAPPA ก็เริ่มเลือกที่จะเป็นผู้ถือสิทธิ์และรับความเสี่ยงเอง แม้ในเคสของ Chainsaw Man พวกเขาจะสามารถทำสำเร็จ แต่ใช่ว่ามันจะเป็นการทอยเต๋าถูกเสมอไป เพราะถ้าพลาดขึ้นมา นั่นอาจจะหมายถึง การล่มสลายของสตูดิโอน้ำดีเลยก็ได้ และนี้ยังไม่รวมปัญหาเรื่องการใช้งานทีมงานหนัก จนเป็นที่เลื่องลือและถกเถียงจนถึงตอนนี้

ส่วนการบริหารแบบไหนจะดีกว่า คงมีแต่ผลงานที่ออกมาเท่านั้นที่จะตอบเราได้นะครับ


News

Related news