China's Largest Doujinshi Event Comicup Bans Non-Chinese Character Cosplay

China's largest doujinshi event Comicup has introduced a sudden rule restricting cosplay strictly to Chinese IP characters, barring foreign anime and gaming characters.
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการคอสเพลย์แดนมังกรอย่างรุนแรง เมื่อมหกรรมโดจินชิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจีนและเป็นอันดับสองของโลกอย่าง Comicup ซึ่งกำลังจะจัดขึ้น ณ เมืองหางโจว ในวันที่ 27–28 ธันวาคมนี้ ได้มีประกาศสายฟ้าแลบด้วยการสั่งให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถคอสเพลย์ได้เฉพาะตัวละครจาก IP สัญชาติจีนเท่านั้น
โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากการที่ผู้จัดงานประกาศปรับเปลี่ยนรูปแบบงานอย่างกะทันหัน โดยมุ่งเน้นไปที่ธีม New Chinese Style หรือสไตล์จีนยุคใหม่เพียงอย่างเดียว ส่งผลให้เนื้อหาและบูธที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางนี้จะถูกถอนออกจากงานทั้งหมด เหล่าเลเยอร์ที่คอสเพลย์เป็นตัวละครจากต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นอนิเมะญี่ปุ่นหรือเกมจากฝั่งตะวันตก อาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้างาน หรือต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ภายในงาน ซึ่งทางผู้จัดได้อ้างเหตุผลว่าเป็นการพิจารณาจากสภาพแวดล้อมทางสังคมและความรับผิดชอบทางวัฒนธรรม เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริม IP ของจีนเองเป็นหลัก
การประกาศนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในทันที เมื่อเหล่าศิลปินจำนวนมากตัดสินใจประกาศยกเลิกการออกบูธ เนื่องจากผลงานส่วนใหญ่ของพวกเขาเป็นแฟนอาร์ตจากอนิเมะญี่ปุ่นซึ่งขัดต่อกฎใหม่นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังเกิดกระแสความสับสนและวิตกกังวลในกลุ่มคอสเพลเยอร์อย่างหนัก เกี่ยวกับขอบเขตของตัวละครที่อนุญาตให้คอสได้ ตัวอย่างเช่นตัวละครจากเมือง Inazuma ในเกม Genshin Impact ที่แม้จะเป็นเกมจีนแต่มีดีไซน์เป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่น, เกมที่มีสถานะก้ำกึ่งว่าเป็นของจีนหรือไม่อย่าง League of Legends หรือแม้แต่ตัวละครจีนที่เขียนโดยคนญี่ปุ่น เช่น Kusuriya no Hitorigoto (ตำหรับปริศนา หมอยาวังหลัง) ว่าจะสามารถผ่านเกณฑ์การตรวจสอบได้หรือไม่
กฏใหม่นี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในโซเชียลมีเดียของจีน ทั่งการที่ศิลปินหลายคนสูญเงินลงทุนจากการเปลี่ยนแปลงกฏครั้งนี้ โดยหลายฝ่ายกังวลว่าเสน่ห์และความหลากหลายที่เป็นหัวใจสำคัญของ Comicup ในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณของคนรักเกมและ Anime กำลังจะสูญหายไปจากการแทรกแซง และหวั่นใจว่างานระดับโลกนี้กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อส่งเสริมกระแสชาตินิยม ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนผู้เข้าร่วมงานลดลงอย่างมหาศาลในอนาคต
สำหรับเบื้องหลังของเหตุการณ์นี้ คาดว่าเป็นผลโดยตรงจากวิกฤตทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งพร้อมท่าทีชาตินิยมสุดโต่ง จนสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงแก่รัฐบาลจีน นำมาสู่การตอบโต้ผ่านสงครามวัฒนธรรมป๊อป ไม่ว่าจะเป็นการระงับการฉายอนิเมะฟอร์มยักษ์อย่าง ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต หรือการสั่งยุติคอนเสิร์ตของ โอสึกิ มากิ เจ้าของเพลงประกอบ One Piece อย่างกะทันหัน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าความขัดแย้งนี้จะไม่จบลงในเร็ววัน
ดังนั้นเมื่อมองกันให้ลึก Comicup ที่เป็นงานรวมวัฒนธรรม จึงกลายเป็นเป้าโจมตีที่ต่อการตรวจสอบจากทั้งภาครัฐและกลุ่มชาตินิยม การตัดสินใจของผู้จัดงานในครั้งนี้จึงสามารถมองได้ว่าเป็น การเลือกเพื่อความอยู่รอดภายใต้แรงกดดัน และเป็นการยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อปกป้องคอมมูนิตี้ให้ยังคงมีพื้นที่จัดงานต่อไป โดยมีความหวังลึก ๆ ว่าเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงในสักวันหนึ่ง พวกเขาจะสามารถกลับมาคอสเพลย์เป็นตัวละครที่รักได้อย่างมีอิสระดังเดิม


