Ado Sparks World Cup Fever with Japan Jersey Statue in Shibuya for Adidas Campaign

Ado stars in Adidas's World Cup campaign as a statue of her wearing the Japan national team jersey is unveiled in the heart of Shibuya.
เรียกได้ว่าเป็นมหกรรมแห่งมวลมนุษยชาติจริงๆ สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 23 นับตั้งแต่ปี 1930 โดยในปีนี้สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน แถมเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมกันถึงสามประเทศ โดยจะเริ่มแข่งตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ยิงยาวไปจนถึง 20 กรกฎาคม ช่วงนี้ก็น่าจะทำให้ใครหลายคนนั่งง่วงในออฟฟิศไปตามๆ กัน
ซึ่งหลายๆ แบรนด์กีฬาต่างตบทัพเข้ามาแย่งชิงพื้นที่กันอย่างคับคั่ง หนึ่งในนั้นคือ Adidas แบรนด์กีฬาชื่อดังที่ก่อตั้งมามากกว่า 75 ปี ที่นอกจากพวกเขาจะได้สิทธิ์ในการทำชุดแข่งของทีมชาติญี่ปุ่น ก็ได้คว้าตัวนักร้องดังแห่งยุคอย่าง Ado นักร้องสาวแห่งตู้เสื้อผ้า ผู้ไม่เคยเปิดเผยใบหน้า แต่สร้างกระแสฟีเวอร์ไปทั่วโลก มาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ช่วงฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งช่วงปลายเดือนเมษายนก็ได้มีกายปล่อยเพลง KIRA ออกมาเพื่อร่วมโปรโมตครั้งนี้
แต่นั่นอาจจะยังไม่ถือว่าพีคพอ Adidas เลยจัดการเปิดตัวรูปปั้นของ Ado สุดเท่ ในชุดเจอร์ซีย์ทีมชาติญี่ปุ่นประจำปี 2026 พิเศษคือกางเกงของ Ado จะยาวและใหญ่จนคลุมขาของเธอ ตามสไตล์ของ Ado โดยตั้งรูปปั้นนี้ที่ MIYASHITA PARK ใจกลางชิบูย่ากันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น Ado ฐานแฟนคลับของเธอมีอยู่เยอะมาก ทั้งจากเหล่าแฟนเพลง และคนที่ดูสตรีมเล่นเกม จนยกให้ Ado เป็นยัยน้องตัวแสบ ก็ต่างเฮฮาไปกับรูปปั้นของเธอ แถมพากันยกให้ Ado กลายเป็นเหมือนมาสคอตของทีมชาติญี่ปุ่นประจำปีนี้ไปโดยปริยาย
ส่วนแฟนคลับสายแฟนอาร์ต ก็ได้พากันวาดภาพของ Ado ในชุดทีมชาติญี่ปุ่นอย่างคับคั่ง หนึ่งในนั้นคือแฟนอาร์ต Ado ครองโลก ที่เปลี่ยนจากลูกโลกเป็นลูกฟุตบอลเพื่อให้เข้ากับเทศกาล แต่ที่พีคสุดคงหนีไม่พ้นศิลปินนาม eSM1LE_ ที่ใช้จังหวะที่ Ado มาร้องเพลงให้กับ Blue Lock ทำแฟนอาร์ตออกมาให้เห็น Ado ใช้เท้าเปล่าจับบอล ลากเหล่าผู้มีรสนิยมดีเข้ามาแชร์ภาพนี้กันเพียบ จนกลายเป็นไวรัลเสริมกระแสให้กับฟุตบอลโลกปีนี้ รวมถึงตัวของ Ado ได้อย่างดีจริงๆ
เรียกได้ว่าเป็นศิลปินแห่งยุค และยังคงสร้างกระแสไปได้ทั่วโลกจริงๆ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเด็กสาวจากตู้เสื้อผ้า จะสามารถสร้างปรากฏ การณ์ให้กับวงการ Pop Culture ทั่วโลกได้มากแค่ไหนในอนาคตนะครับ


